วันพุธที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2554

GMP and HACCP Check List

KS NATION CONSULTANT CO.,LTD.

เลขที่ 823/28  ถนนพรหมาสตร์  ตำบลบางปลาสร้อย  อำเภอเมือง  จังหวัดชลบุรี 20000
ติดต่อ K.Nat K.Sun Mobile: 081 3029339, 083 2431855 
E-Mail: ksnationconsultant@hotmail.com, McQMR@hotmail.com  Bangkok 
Fax: 02 7441859


In-House Training :
"as your require"
บริษัทให้คำปรึกษาจัดทำทุกระบบ link  :   http://ksnationconsultant.blogspot.com/
ISO9001 ISO/TS16949 ISO14001 OHSAS/TIS18001 ISO50001
Productivity 5S Kaizen QCC TQM Six Sigma  Leadership
 
Walk Rally : กาญจนบุรี เขาใหญ่ ขอนแก่น ราชบุรี ปราจีนบุรี ระยอง อื่นๆ
GMP  BRC IFS HACCP ISO22000 ISO17025
ISO/TS22002-1   FSSC22000
และอื่นๆ 

สามารถ Click ดูที่ Web Blog ด้านล่าง
ISO9001: 2008, ISO/TS16949  link ดูจาก   http://quality1996-quality1996.blogspot.com/
GMP/HACCP/ISO22000/ISO17025  link ดูจาก  http://qualitysolving.blogspot.com/
ISO14001, OHSAS18001, SA8000  link ดูจาก  http://safetysolving.blogspot.com/
Check List of ISO (MS):link ดูจาก  http://McQMRtraining-McQMR.blogspot.com/
หรือ SA8000 Check List link ที่    http://McQMRTraining.blogspot.com/
บทความด้านระบบการจัดการต่างๆของ McQMR และ Soonthorn  Ngamprompong หรือ                 อาจารย์ศรราม เป็นลิขสิทธิ์ของบริษัท KS NATION CONSULTANT CO.,LTD. ห้ามสำเนาและคัดลอกโดยไม่ได้รับอนุญาต Copy Right, All Right Reserved.   
ทีมงานพร้อมให้คำปรึกษา ISO และจัดทำ Pre-Audit, Special Internal Audit, Supplier Audit และ
Customer Assign to Factory Audit/Delivery Audit

In-House Training and Consulting:
บริษัทให้คำปรึกษาจัดทำทุกระบบ link  :  
 http://ksnationconsultant.blogspot.com/
สำหรับโรงงานที่ต้องการควบคุมและกำจัดสัตว์รบกวนและสัตว์พาหะ ทั้งแมลง ปลวก นก หนูต่างๆ
สามารถติดต่องาน Pest Control โดย Click:   http://www.nanoherb.com
ค่าฝึกอบรมสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้

หลักสูตร Internal Auditor สอนสองวัน  Click ที่ http://ksnationconsultant.blogspot.com/  
หลักสูตร Integrated Internal Auditor(QMS+HACCP) รวมสองระบบสอนสองวัน 
หลักสูตร รวมสามระบบ(QMS+HACCP+ISO22000) สอนสองวัน  อบรมได้ไม่จำกัดจำนวน 

หลักสูตรอื่นๆ
หลักสูตรการเพิ่มผลผลิตแบบ Daily Management สอนหนึ่งวัน ไม่จำกัดจำนวนผู้เข้ารับการอบรม
หลักสูตรการจัดการโรงงานด้วย 5 ส สอนหนึ่งวัน ไม่จำกัดจำนวนผู้เข้ารับการอบรม
หลักสูตรภาวะผู้นำของหัวหน้างาน (Leadership in the Leader/Supervisor) มูลเหตุปฎิเสธไม่ได้ว่า
           ปัญหาการทำงานจริง ชีวิตจริงในโรงงานหลายส่วนเกิดจากทัศนคติและการแก้ไขปัญหาเฉพาะ
           หน้าจากหัวหน้างานรวมทั้งพนักงาน สอนหนึ่งวัน ไม่จำกัดจำนวนผู้เข้ารับการอบรม  
หลักสูตร To Be Management Representative (QMR+EMR+OHSMR+Food Safety Team 
           Leader) : เพื่อศึกษาข้อกำหนด ISO และระบบงานของตัวแทนฝ่ายบริหารที่ทุกฝ่ายเกี่ยวข้อง 
           สอนหนึ่งวัน ไม่จำกัดจำนวนผู้เข้ารับการอบรม และมีหลักสูตร ติวตัวแทนฝ่ายบริหารโดยเฉพาะ

สามารถ Link ไปยัง Web Blog เพื่ออ่านบทความ ISO 9001 ตาม Web ด้านล่าง
http://quality1996-quality1996.blogspot.com/ หรือ

พระเจ้าอยู่หัว : King of Thailand, picture from BOI Fair 2011
ขอพระองค์ ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง
แสดงโชว์ในงานของ www.thuleethai.org (อ.กวง)


บทความ GMP, HACCP, ISO22000 สามารถ link ดูจาก http://qualitysolving.blogspot.com/
บทความ ISO14001, OHSAS18001 สามารถ link ดูจาก http://safetysolving.blogspot.com/
Check List ที่ http://McQMRTraining.blogspot.com/
กรณีสงสัยสอบถามได้ที่ E-Mail: ksnationconsultant@hotmail.com ฟรี
เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ สู่
"โซเชียล ไอโซ่ (Social ISO) เพื่อนแท้ที่แปลกหน้า"





GMP Check List : 

Check List เป็นเครื่องมือที่ใช้ตรวจติดตามภายในโรงงาน (ผู้ตรวจประเมินหรือ Auditor ก็มีจัดทำ Check List เช่นกัน) โดยศึกษาจากข้อกำหนดของมาตรฐานว่ามีใจความอย่างไร จากนั้นนำมาระบุเป็นหัวข้อเพื่อใช้ตรวจสอบว่า องค์กรหรือโรงงานทำครบถ้วนหรือไม่ สามารถเพิ่มเติมสิ่งที่ต้องตรวจสอบระบบโดยได้ข้อมูลมาจากระเบียบปฏิบัติ(Procedure) ชุดที่เราจะไปตรวจสอบ ก็คือของฝ่ายที่จะถูกตรวจสอบ (Auditee)

จุดประสงค์ของการทำ Check List คือ
1  เพื่อใช้เป็นแนวทางของการตรวจประเมิน และสุ่มหาสิ่งที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด
2  เพื่อช่วยจำและรวบรวมหลักฐานข้อบกพร่องที่พบในระหว่างการตรวจประเมิน

ผู้เขียน ขอจัดทำ Check List ไว้ใช้ตรวจประเมินมาตรฐาน GMP และต่อไปจะทำเพิ่มให้แล้วเสร็จ เพื่อตรวจประเมิน HACCP หรือ FSMS
 เริ่มจากตรวจสอบตามมาตรฐาน GMP ตรวจสอบอาคารสถานที่ และโปรแกรมพื้นฐานประเภท Standard Operating Procedure(SOP) มีดังนี้
#  มีนโยบายคุณภาพ(Quality Polity) หรือยัง มีการสื่อสารไปยังพนักงานทั่วทั้งองค์กรหรือไม่ อย่างไร
#  มีการแต่งตั้งตัวแทนฝ่ายบริหาร (QMR) หรือตัวแทนที่รับผิดชอบมาตรฐาน GMP และทีมงานโดยผู้บริหารระดับสูง(Top Management) หรือไม่
#  มีการจัดทำแผนผังองคืกรหรือไม่ และ Up-Date หรือไม่
# ขอดูคู่มือของมาตรฐานจีเอ็มพี (GMP Manual) หากโรงงานทำระบบคุณภาพ จะทำเป็นคู่มือคุณภาพ ที่เรียกว่า Quality Manual: QM แจกจ่ายให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องหรือไม่ ดำเนินการตามคู่มือหรือไม่ มีปัญหาและอุปสรรคใดบ้าง
# มีจัดทำรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ (Describe Product) เช่น
-มีระบุชื่อผลิตภัณฑ์(Product Name) หรือไม่
- มีกำหนดคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ที่สำคัญ (Important Product Characteristics) เช่น ค่าpH การรักษา(Preservative)หรืออื่นๆ มีอะไรบ้าง กำหนดแล้วหรือไม่
- มีกำหนดลักษณะการใช้ผลิตภัณฑ์(How is it to be use) เช่น ใช้กิน ใช้ดูด หรือใช้ป้าย หรือไม่ อย่างไร
- มีการบรรจุ ภาชนะบรรจุ (Packaging) เช่น ใส่ซอง ใส่ขวด เป็นขวดแก้ว หรือขวดพลาสติกอย่างไร ผลลัพธ์เป็นอย่างไร
- มีการระบุอายุการเก็บรักษา(Shelf Life) หรือไม่
- มีการกำหนดลักษณะการจำหน่าย (Where will it be sold) อย่างไร
- มีการจัดทำรายละเอียดที่กำกับบนฉลาก (Labeling Instruction) หรือไม่
- มีการดูแลรักษาระหว่างการขนส่ง (Special Distribution Control) เพราะสินค้าบางชนิดจะเสื่อมสภาพ บางชนิดเก็บในห้องเย็นของรถบรรทุก หรือไม่ อย่างไร
- มีกำหนดวัตถุประสงค์ของการใช้ (Intend Use) เช่น กลุ่มผู้บริโภค หรือไม่
# มีการระบุวัตถุประสงค์ในการใช้ผลิตภัณฑ์ (Identify Intend Use) ให้ระบุกลุ่มเป้าหมายและผลกระทบของผู้บริโภค มีแล้วหรือไม่ อย่างไร
# มีการจัดทำแผนภูมิกระบวนการผลิต โดยการทำ Flow Chart จากวัตถุดิบ การแปรรูป ลำดับการทำงานจริงและข้อมูลต่างๆมีอะไรบ้าง มีจัดทำแล้วหรือไม่
# ให้ตรวจสอบความถูกต้องของแผนภูมิกระบวนการผลิตว่าจัดทำครบถ้วนและถูกต้องหรือไม่ ให้ไปตรวจสอบหน้างาน (On-Site Verification of Flow Chart) เพื่อความถูกต้องอีกครั้ง
# ให้ตรวจสอบการควบคุมเรื่องอาคารสถานที่โรงงาน เช่น ตัวอาคาร พื้น ผนัง เพดาน ประตู หน้าต่าง ม่านพลาสติก ท่อระบายน้ำ ห้องเปลี่ยนเสื้อ/ห้องเก็บของ ว่าอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานหรือไม่ มีแตกหัก ชำรุดเสียหายหรือไม่ มีหยากไย่และฝุ่นเกาะหรือไม่ ประเมินความสามารถของอาคารสถานที่ว่าสามารถป้องกันสัตว์พาหะ เช่น นก หนู แมลงสาบ แมลงวัน สัตว์อื่นๆเข้ามาได้หรือไม่

ผู้เขียนขอเน้นว่า หากกระบวนการผลิตอาหารเป็นแบบระบบเปิด(Open System) เช่นการทำขนมทั่วไป ที่มีโต๊ะเตรียมอาหาร โอกาสสัตว์พาหะนำโรคมาสัมผัสกับอาหารได้มาก แม้แต่ฝุ่น หยากไย่ปลิวตกลงมา ก่อให้เชื้อรา เชื้อโรคได้ ยิ่งกระบวนการถัดไปหากไม่มีการฆ่าเชื้อรองรับ โอกาสที่ผู้บริโภคอาหารที่ไม่ปลอดภัยมีสูงมาก จุดนี้สำคัญเพราะตามโรงงานขนาดเล็กที่ผลิตอาหารขาย หากการควบคุมสุขลักษณะและอนามัยส่วนบุคคลไม่ดี การควบคุมสัตว์พาหะนำโรคไม่ดี บางครั้งเรากินขนมปังแซนวิชหรือขนมปังต่างๆโดยไม่รู้ว่าผลิตมาจากแหล่งที่ไม่ดีพอ พบว่าบางครั้งพนักงานจาม ไอ มีน้ำมูก เป็นหวัด ยังใช้มือหยิบเกล็ดขนมปังหรือแซนวิชใสเข้าไปในเนื้อขนมปังแผ่นใหญ่ ซึ่งขบวนการฆ่าเชื้อต่อจากลำดับนี้ไม่มี เราก็กินอาหารที่อาจจะมีการปนเปื้อนเข้าไป หรือบางครั้งสภาพโรงงานไม่ดี ภาชนะบรรจุไม่ดี ช่วงพัก หรือช่วงเวลาที่พนักงานเดินไปเข้าห้องน้ำ จะมี หนู แมลงสาบ แมลงวัน หรือนกบินลงมาโฉบ ก็มีได้เช่นกัน ในมาตรฐาน GMP จึงต้องเข้มงวดมากๆ พนักงานต้องใส่ที่ปิดปาก หากหัวหน้าสังเกตุพบว่าพนักงานป่วยให้แจ้งหยุดทำงานจนกว่าจะรักษาตัวจนหายเป็นปกติ เวลาพนักงานป่วยควรแจ้งหัวหน้า แต่บางครั้งพนักงานรายวันเกรงว่าแจ้งแล้ว จะอดทำงานวันนั้นและขาดรายได้ บางคนตาแดง ยังมาทำงาน กรณีนี้หัวหน้างานต้องเอาจริงเอาจังกับ ระเบียบปฏิบัติเรื่องการควบคุมสุขลักษณะและอนามัยส่วนบุคคล (Personal Hygiene Procedure)

ต้องเน้นว่า การตรวจตามมาตรฐาน GMP ผู้ตรวจสอบต้องตรวจจากพื้นที่สะอาดก่อน เริ่มจากคลังสินค้าสำเร็จรูป ไล่ย้อนกลับมาที่พื้นที่จัดเก็บวัตถุดิบ เพื่อป้องกันการปนเปื้อน ซึ่งจะต่างจากการตรวจของมาตรฐานรับรองอื่นๆ มักเริ่มจากที่อื่น สุดท้ายมาที่คลังสินค้าสำเร็จรูป
# ขอดูระเบียบปฏิบัติเรื่องการตรวจรับเข้าวัตถุดิบ (Raw Material Receiving Procedure)
# ขอดูระเบียบปฏิบัติการควบคุมและเคลื่อนย้ายสารเคมี (Chemical Handing and Control Procedure)
# ขอดูระเบียบปฏิบัติเรื่องการออกรหัสหรือโค๊ด (Code) ของผลิตภัณฑ์ (Code of Product Procedure)
# Operation Control Procedure หรือ Control of Operation ให้ตรวจสอบการปฏิบัติงานจริงทุกพื้นที่ในโรงงาน
# ตรวจสอบที่ฝ่ายผลิต ว่าการดำเนินการนั้นถูกต้องตามมาตรฐาน GMP หรือไม่ เช่น
*  มีบ่อล้างเท้า หรือไม่ ดูปริมาณของสารฆ่าเชื้อ เข้มข้นตามที่กำหนดหรือไม่ และสังเกตุดูว่าเวลาพนักงานเข้า-ออก ได้ปฏิบัติตามระเบียบหรือไม่
*  มีอ่างล้างมือ และสังเกตุดูว่าเวลาพนักงานออกมา ได้ล้างมือหรือไม่ มีสบู่ให้กับพนักงานหรือไม่
* มีการทำ Swab Test / Rinse Test หรือไม่ ความถี่ในการทำ ขอดูผล กรณีพบเชื้อ ทำอย่างไร
* ตรวจดูด้านสาธารณูปโภค รวมทั้งพื้นโรงงานมีความลาดเอียงเพื่อให้น้ำไหลทิ้ง ไม่ท่วมขัง
* ตรวจดูด้านสุขาภิบาล เป็นไปตามกฎหมาย
* ตรวจดูว่าโรงงานทำตามประกาศของกระทรวงสาธารณะสุขทุกฉบับที่มีผลบังคับหรือไม่ และตรวจสอบว่าเป็นไปตาม อย. ด้วยหรือไม่
* ตรวจดูจำนวนพนักงาน เพื่อตรวจสอบว่าจำนวนห้องสุขา ที่ปัสสาวะเพียงพอต่อพนักงานหรือไม่ ทั้งของพนักงานชายและพนักงานหญิง
*  เครื่องเป่ามือให้แห้งพนักงานใช้หรือไม่ มีจำนวนเพียงพอหรือไม่ในการใช้งาน เครื่องเสียหรือไม่
*  ตรวจสอบการดูแลเครื่องจักรอุปกรณ์ต่างๆ
* ตรวจสอบเครื่องแต่งกายพนักงาน (Uniform) ว่าสะอาดหรือไม่
*  ผ้ากันเปื้อน/ถุงมือ/หมวกคุมผมที่มีปีกป้องกันเศษผมร่วงหล่นปะปนในการผลิตอาหาร หรือระหว่างการเตรียมเบื้องต้นทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น เครื่องปรุง อื่นๆทำตามที่กำหนดหรือไม่
*  ทำความสะอาดภาชนะเครื่องใช้ทุกชนิด รวมทั้งขนาดเล็กที่มีการสัมผัสกับอาหาร หรือไม่ ผลลัพธ์เป็นอย่างไร
*  มีการดูแลผลิตภัณฑ์ใน High Care Area เช่นผลิตภัณฑ์กึ่งสำเร็จรูป รอส่งผ่านไปอีกพื้นที่ ในพื้นที่นั้นอุณหภูมิต้อง 15 องศาเซ็นเซียส ไม่ใช้ขนไปรอพักในพื้นที่อุณหภูมิห้อง หรืออุณหภูมิอยู่ในเกณฑ์ที่กำหนดแล้ว แต่ไม่ใช่เปิดประตูทิ้งไว้ เดี๋ยวเข้าเดี๋ยวออก จนสภาวะเปลี่ยนไป หรือไม่
* มีการดูแลระหว่างผลิต ทั้งการจัดเก็บวัตถุดิบ เครื่องปรุงและอาหาร ไม่ให้เสื่อมสภาพ หรือไม่
*  ตรวจสถานที่การผลิตและกั้นแบ่งบริเวณให้แยกขาดจากกัน เช่น พื้นที่รับเนื้อสด ผักสด ต้องแยกและห่างจากพื้นที่จัดเก็บสินค้าอาหารสำเร็จรูป เพื่อป้องกันการปนเปื้อน มีจัดทำหรือไม่
*  ให้ทำความสะอาดพื้นที่ผลิตทั้งหมด ผลลัพธ์เป็นอย่างไร
*  มีขั้นตอนการผลิตชัดเจน มี Flow Chart มีคู่มือการปฏิบัติงาน(Work Instruction:WI)ที่สำคัญ ณ หน้างานหรือไม่ พนักงานมีความเข้าใจ สามารถปฏิบัติงานได้จริงหรือไม่
*  ตรวจสอบ ระมัดระวังเรื่องความล่าช้า (Delay Process)
* มีการดูแลรักษาผลิตภัณฑ์กึ่งสำเร็จรูปไม่ให้เสื่อมสลาย และบูด หรือไม่
* มีการดูแลรักษาผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปไม่ให้เสื่อมสลาย และบูด หรือไม่
* ให้ดูเรื่องการบรรจุ (Packaging)  สภาพเป็นอย่างไร สามารถรักษาและป้องกันคุณภาพของอาหารได้หรือไม่
* ตรวจสอบเครื่องมือวัดที่ใช้งานอยู่ในสภาพพร้อม มีการสอบเทียบตามระยะเวลาจริง หรือไม่ กรณี Out of Calibration มีวิธีการรองรับ หรือดำเนินการอย่างไร
* ต้องมีจัดแบ่งพื้นที่ชัดเจน และมีภาชนะสำหรับของเสียและสารที่บริโภคไม่ได้
* ต้องมีการกำหนดพื้นที่ Hold/Rejected ของสินค้าสำเร็จรูปที่มีปัญหาทั้งด้านคุณภาพ การชี้บ่งและการบรรจุ
* ตรวจสอบ ดูแลสภาพห้องเย็น ห้องแช่แข็ง ว่าอุณหภูมิเป็นไปตามที่กำหนด หรือไม่
* ดูแลการควบคุมคุณภาพอากาศ การถ่ายเทอากาศและการระบายอากาศ หรือไม่
* ตรวจสอบสภาวะแวดล้อม รวมทั้งเรื่องน้ำที่ใช้ดื่ม ใช้ล้างเครื่องมืออุปกรณ์  น้ำทิ้ง และการใช้พลังงานต่างๆว่ามีผลต่อคุณภาพอาหาร อย่างไรบ้าง

# ขอดูและตรวจสอบระเบียบปฏิบัติเรื่องการควบคุมสุขลักษณะและอนามัยส่วนบุคคล (Personal Hygiene Procedure และเป็น SOP หรือที่เรียกว่าโปรแกรมพื้นฐาน: oPRP)
* มีการจัดทำโปรแกรมพื้นฐานการควบคุมสุขลักษณะและอนามัยส่วนบุคคลแล้วหรือไม่
* มีการปฏิบัติตามโปรแกรมพื้นฐานการควบคุมสุขลักษณะและอนามัยส่วนบุคคลแล้วหรือไม่
* มีการตรวจสุขภาพของพนักงานเป็นประจำหรือไม่
* ห้ามไม่ให้พนักงานที่ป่วยเป็นโรคติดเชื้อ โรคระบบทางเดินหายใจ เป็นหวัด จาม ไอ รวมทั้งโรคติดต่อทางอาหาร ท้องร่วง ท้องเสียปฏิบัติงาน
* ให้เดินตรวจและสังเกตุพบพนักงานมีอาการป่วยหรือไม่ เช่น ตาแดง ไอ มีน้ำมูก แล้วหัวหน้างานทำอย่างไร มีให้พนักงานหยุดพักงาน หรือให้กลับบ้านหรือไม่
* มีการสวมชุดทำงาน(Uniform) ที่สะอาดหรือไม่
* พนักงานตัดเล็บหรือไม่ ต้องไม่ไว้เล็บ
* ต้องไม่พบพนักงานใส่สร้อย แหวน กำไรและเครื่องประดับใดๆในขณะปฏิบัติงาน
* มีการสวมถุงมือขณะทำงานหรือไม่ สภาพของถุงมือเป็นอย่างไร
* มีการใส่เอี่ยมหรือผ้ากันเปื้อน และสภาพสะอาดหรือไม่
* มีการสวมหมวกหรือที่คลุมผมที่รวบรัดผมมิดชิดดีพอหรือไม่
* มีการสวมร้องเท้าหุ้มส้น หรือบริเวณพื้นนที่เปียกแฉะ สวมร้องเท้าบู๊ทหรือไม่ (ไม่ใช่ใส่ร้องเท้าแตะเข้ามาหลังจากไปย่ำพื้นที่ที่สกปรกจากนอกอาคารโรงงาน หัวหน้าต้องเข้มงวดในกฎระเบียบ)
* ไม่มีการเคี้ยวหมากฝรั่ง  อมลูกกวาดในพื้นที่ทำงาน
* ห้ามไม่ให้ใช้น้ำหอม เพราะกลิ่นจะติดเข้าไปในอาหาร
* มีการตรวจสุขภาพแรกเข้าหรือไม่
* ขอดูกฎการแต่งกาย
* ขอดูข้อพึงปฏิบัติและข้อห้ามปฏิบัติกรณีเจ็บป่วย
* การมาเยี่ยมชมโรงงานของแขกหรือผู้เยี่ยมชม มีการปฏิบัติเกี่ยวกับการควบคุมสุขลักษณะและอนามัยส่วนบุคคลอย่างไร
* ให้ตรวจสอบการทำงานของพนักงานว่าสอดคล้องกับระเบียบการควบคุมสุขลักษณะและอนามัยส่วนบุคคลอย่างไร
ส่วนนี้สัมพันธ์ร่วมกับการควบคุมการปฏิบัติการ (Control of Operation หรือ Operational Control) เช่น พนักงานมีการแต่งกายตามแบบ (Uniform) หรือไม่อย่างไร

# ขอดูและตรวจสอบระเบียบปฏิบัติเรื่อการควบคุมสัตว์รบกวนหรือพาหะนำโรค (Pest Control Procedure และเป็น SOP) สิ่งที่ควรดูและตรวจสอบ เช่น
หลังพ่นยาฆ่าแมลง พบแมลงสาบตายเกลื่อนพื้น  ส่วนใหญ่จะพ่นยาในวันหยุดทำงาน
. ขอบข่ายของสัตว์พาหะนำโรคครอบคลุมสัตว์ประเภทใดบ้าง เช่น นก หนู แมลงสาบ แมลงวัน รวมทั้งสัตว์ประเภทจิ้กจก ตุ๊กแก แมงมุม ก็อย่าให้มาสัมผัสกับอาหารที่ผลิต
. ผู้เขียน เคยถามพนักงานว่าสัตว์แต่ละประเภท มีวิธีการกำจัดอย่างไร รอบๆอาคารสถานที่ ที่เป็นบ่อเกิด เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์เหล่านี้ มีการไปควบคุมและกำจัดอย่างไรบ้าง โดยพนักงานบอกว่า พบกิ่งก้านของต้นไม้ให้ตัดออกไม่ให้มีมากไป ไม่ให้มีกิ่งไม้เป็นแบบสามง่าม เพื่อไม่ให้นก มาทำรัง พบรังนกให้รีบรื้อออกไป มีการกำจัดนก เช่นใช้ตาข่ายจับแล้วไปปล่อยที่ไหน (พนักงานบางคนตอบว่าไปปล่อยที่หม้อต้มยำ ผัดเผ็ด) ก็มี บางคนใช้หนังสติ๊กยิง บางคนบอกว่ามีใช้ธนูยิง บางคนบอกว่าการไล่นกไป โดยใช้วิธีจุดประทัด บางคนจะตีกลองให้ดัง อาจจะส่งเสียงไปไกลถึงศาลไคฟง ให้ได้ยินถึงท่านเปาบุ้นจิ้น ผู้เขียน บอกว่าถ้าเขียนลงไปในระเบียบปฏิบัตินี้ ซึ่งเป็นโปรแกรมพื้นฐาน(Operating Pre-Requisite Program: oPRP)ของ GMP ต้องทำให้ได้ตามที่เขียน และควรเขียนในสิ่งที่ทำได้จริง เวลาผู้ตรวจสอบจากภายนอกมาตรวจที่โรงงาน จะติดตามดูสิ่งที่เราเขียน ว่าได้ปฏิบัติอย่างไร

. มีการใช้สารเคมีด้วยหรือไม่ และจะป้องกันไม่ให้ปะปนเข้าไปในอาหารอย่างไร
. มีแผนการควบคุมและกำจัด รวมทั้งความถี่ในการควบคุมและกำจัดสัตว์พาหะนำโรคอย่างไร
. ทำการกำจัดโดยพนักงานภายในโรงงาน หรือว่าจ้างบริษัทรับกำจัด (Pest Control Company)
. กรณีทำการกำจัดโดยพนักงานภายในโรงงาน มีคู่มือการทำงาน และพนักงานสามารถดำเนินการได้ถูกวิธีหรือไม่
. กรณีว่าจ้างบริษัทรับกำจัด (Pest Control Company) ให้ตรวจสอบว่าครอบคลุมทุกพื้นที่ ทุกประเภทสัตว์พาหะที่พบในโรงงานหรือไม่ รวมทั้งวิธีการ ความถี่ที่ทำ และผลลัพท์ที่ได้
. กรณีว่าจ้างบริษัทรับกำจัด (Pest Control Company) มาทำให้ มีพนักงานมาติดตามและตรวจสอบร่วมกับเจ้าหน้าที่จากบริษัทภายนอกหรือไม่ หากพบว่าไม่เป็นไปตามเงื่อนไข ดำเนินการอย่างไร
. ไปตรวจสอบหน้างาน หาร่องรอยของสัตว์พาหะมีไหม ทั้งมูลสัตว์ เศษปีก เศษขาแมลง ขนนก อื่นๆ เพื่อประเมินผลการควบคุมว่ามีประสิทธิผลเพียงใด หากไม่ได้ผลมีแผนการปฏิบัติอย่างไร
. ให้ตรวจสอบตามช่อง ตามร่องของประตูหน้าต่างมีมุ้งลวด มีตะแกรงปิดและป้องกันไม่ให้สัตว์พาหะเข้ามาหรือไม่
. สารเคมีที่ใช้กำจัดสัตว์พาหะได้รับอนุญาตให้ใช้ได้หรือไม่
. มีการทำแผนผังจุดที่ใช้สารเคมีครบถ้วนหรือไม่
. กรณีที่ใช้ยาเบื่อ สภาพกล่องบรรจุอยู่ในสภาพดีพอหรือไม่ ต้องไม่แตก ไม่ชำรุด
. มีการทำแผนผังจุดวางยาเบื่อสัตว์หรือไม่
. การดูแลรักษาเครื่องดักแมลง และกับดักสัตว์ต่างดีหรือไม่ มีแผนการบำรุงรักษาอย่างไรบ้าง
. มีการจัดทำแผนผังของเครื่องดักแมลง และกับดักสัตว์ต่างหรือไม่
. โรงงานผลิตอาหารต้องไม่มีการเลี้ยงสัตว์ภายในบริเวณโรงงาน ทั้งสุนัขและแมวก็ไม่มีข้อยกเว้น
แต่บางแห่งบ้านพักเจ้าของโรงงานอยู่ในบริเวณโรงงานด้วย ก็ต้องจำกัดบริเวณไม่ให้สัตว์เลี้ยงเข้ามาปะปนในพื้นที่การผลิต พื้นที่การเก็บสินค้าสำเร็จรูปโดยเด็ดขาด เพราะผู้ตรวจสอบพบเห็น ถือว่าขัดต่อมาตรฐาน GMP เนื่องจากขนจากสัตว์ แม้แต่ตัวไร ตัวเห็บ ย่อมมีโอกาสปนเปื้อนในอาหารได้
ครั้งหนึ่ง พนักงานเสนอว่าจะนำแมวมากำจัดหนู ทำแบบ Biological Control
ปกติใช้วิธีการทางธรรมชาตินับว่าดี คือ มีแมว ย่อมไม่มีหนู แต่ถ้าไม่มีทั้งหนูและแมว จึงจะมี GMP

# ขอดูและตรวจสอบระเบียบปฏิบัติเรื่องการควบคุมขยะและของเสีย (Waste Control Procedure และเป็น SOP)
ผู้เขียน ขออธิบายเกี่ยวกับ Check List ของการควบคุมขยะและของเสีย ซึ่งเป็นโปรแกรมพื้นฐาน ( Operating Pre-Requisite Program: oPRP หรือ Standard Operating Procedure: SOP)
สิ่งที่ผู้ตรวจสอบภายในควรขอดูและตรวจสอบคือ
* จัดทำระเบียบปฏิบัติเรื่องการควบคุมขยะและของเสีย (Waste Control Procedure) หรือไม่ กำหนดให้ใคร ทำอะไร ทำเมื่อไร ทำที่ไหน อย่างไรโดยระบุแบบชัดเจนและปฏิบัติงานได้จริง หรือไม่
* ขยะแบ่งออกเป็นกี่ประเภท
หมายเหตุ ระเบียบปฏิบัติเรื่องการควบคุมขยะและของเสีย สามารถเขียนให้เมอร์ส(Merge) ใช้ในมาตรฐานของ ISO14001 และ OHSAS18001 ได้ เพื่อให้การทำหลายๆระบบการจัดการ แต่ใช้ระเบียบปฏิบัติชุดเดียวกัน
* แต่ละประเภท ควบคุมและกำจัดอย่างไร
* ตรวจสอบวิธีการทิ้งขยะถูกต้อง เหมาะสมหรือไม่
* ขยะทิ้งเมื่อไร ความถี่เหมาะสมหรือไม่ ไม่ปล่อยให้ล้นพู, หรือหกเรี่ย เกลื่อนพื้น
* บริเวณขยะควบคุม มีภาชนะปิดมิดชิดหรือไม่ มีสัตว์พาหะมีคุ้ยเขี่ย หรือแมลงมาตอมหรือไม่
* บริเวณจัดเก็บขยะในสายการผลิต ดูแลอย่างไร การเคลื่อนย้ายขยะออกนอกสายการผลิตดูแลดีหรือไม่
* บริเวณขยะรอบๆอาคารสะสม หมักหมม ส่งกลิ่นหรือไม่
* ขยะแบ่งทิ้งตามประเภท ลงถังขยะอย่างไร ระบุว่าถังสีใด ทิ้งขยะใดบ้าง และทิ้งถูกประเภทหรือไม่
* ขยะพิษ ดำเนินการแบบถูกวิธีหรือไม่ ส่งไปกำจัดอย่างไร ทำถูกต้องตามกฎหมายและเทศบัญญัติ และหลักการสาธารณสุขหรือไม่
* การเคลื่อนย้ายขยะแต่ละชนิด ประเภท ทำตามที่กฎหมายกำหนด หรือมีใบกำกับหรือไม่
* มีการป้องกันขยะไม่ให้ปนเปื้อนในสายการผลิตอาหารอย่างไร สามารถป้องกันได้ประสิทธิผลหรือไม่
* มีการป้องกันขยะจากแหล่งพัก พื้นที่รอทิ้ง โดยไม่ให้ปนเปื้อนออกไปจากบริเวณที่ระบุว่าพื้นที่รอทิ้ง อย่างไร สามารถป้องกันได้ประสิทธิผลหรือไม่
* ใครมาตรวจสอบหรือไม่ ว่าการทิ้งขยะถูกต้องและถูกวิธีการ ตามระยะเวลาที่กำหนด
* ขยะประเภทเศษอาหาร หรือที่เน่าบูดได้ ดำเนินการอย่างไร
*  ให้ตรวจสอบที่แหล่งทิ้งขยะจริง และตามบริเวณโรงอาหาร สภาพเป็นอย่างไร ถูกสุขลักษณะหรือไม่
* ให้ตรวจสอบผู้ปฏิบัติงานมีความเข้าใจ และมีความตระหนักถึงสิ่งเหล่านี้และหน้าที่หรือไม่

# ขอดูและตรวจสอบระเบียบปฏิบัติเรื่องการควบคุมแก้วและกระจก (Glass Control Procedure และ เป็น SOP)
. มีการจัดทำแผนผัง(Lay out) ของตำแหน่งแก้วครบทุกจุดใช้งานหรือไม่ ภาชนะและอุปกรณ์แก้วหายหรือแตกกลายเป็นเศษ จะได้ติดตาม ควบคุมไม่ให้ปะปนไปในอาหารที่กำลังผลิต
. กรณีมีเศษแก้วและเศษกระจกปะปนเข้าไปทำอย่างไร
. กรณีมีเศษแก้วและเศษกระจกปะปนเข้าไปในอาหารและถูกลูกค้าร้องเรียน ดำเนินการอย่างไร
. แก้วที่แตก มีขั้นตอนเก็บกวาดออกจากพื้นที่อย่างไร ใครตรวจสอบว่าไม่มีเศษแก้วหลงเหลือหรือไม่

# ขอดูและตรวจสอบระเบียบปฏิบัติเรื่องการทำความสะอาด (Cleaning Procedure และเป็น SOP)
 . มีการจัดทำแผนผังของการทำความสะอาด (Cleaning Lay Out) แล้วหรือไม่
 . มีการจัดทำแผนการทำความสะอาด (Cleaning Plans) หรือไม่ และปฏิบัติตามแผนหรือไม่ ทั้งความถี่ในการทำความสะอาด ใครเป็นผู้ปฏิบัติ และได้รับการอบรมเรื่องการทำความสะอาดมาด้วยหรือไม่
. มีอุปกรณ์การทำความสะอาดครบหรือไม่ สภาพของอุปกรณ์ จำนวนน้ำยาและประเภทของน้ำยาที่ใช้ทำความสะอาดเป็นอย่างไร มีการสุ่มทดสอบและตรวจหาเชื้อโรคหรือไม่
. มีการลงบันทึกผลการทำความสะอาด (Cleaning) หรือไม่ ใครมาตรวจสอบว่าถูกต้อง ทำจริงหรือไม่

# ขอดูและตรวจสอบระเบียบปฏิบัติเรื่องการควบคุมน้ำ (Water Control Procedure) หากโรงงานมีใช้ทั้งไอน้ำ ใช้น้ำแข็งก็ต้องควบคุมด้วยเพราะสิ่งเหล่านี้ ก่อให้เกิดการปนเปื้อนและเกิดเชื้อโรค มีผลต่อคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ด้านอาหาร และเป็น SOP หรือโปรแกรมพื้นฐาน (oPRP)
. ขอดูการกำหนด Spec ของน้ำที่ใช้ ทั้งใช้ในกระบวนการผลิต ใช้เป็นน้ำดื่ม และน้ำใช้ทั่วไป
. ตรวจดูแหล่งที่มาของน้ำ หากมีการใช้น้ำแข็ง และไอน้ำ ให้ตรวจสอบด้วย
. ตรวจดูอุปกรณ์การผลิตอยู่ในสภาพดีหรือไม่ เป็นแหล่งที่ก่อให้เกิดเชื้อโรคจากน้ำหรือไม่
. ตรวจดูการจัดเก็บ ภาชนะที่ใช้จัดเก็บ หรือภาชนะบรรจุ สภาพต่างๆ
. ขอดูเกณฑ์การตรวจน้ำ
. มีการทำ Lay Out จุดที่เก็บตัวอย่างน้ำหรือไม่ และผลการตรวจและทดสอบ

# ขอดูการเรียกคืนสินค้า มีหรือไม่ และเป็นปัญหาใด ดำเนินการอย่างไร

# ขอดูระเบียบปฏิบัติเรื่องการซ่อมบำรุงรักษาเครื่องจักร (Maintenance Procedure) ในมาตรฐาน GMP มีใช้สารบางอย่างที่เป็น Food Grade หรือมีความเป็นพิษน้อย ไม่เกินกว่าปริมาณที่กำหนด หรือไม่ เช่น จารบีชนิดฟูดเกรด เป็นต้น  ดูหลักการได้จาก QMS Check List จากลิงค์ http://quality1996-quality1996.blogspot.com/   เป็นเรื่องเกี่ยวกับ ISO9001 ข้างในของBlog ที่ 4  มี QMS Check List หลักการทั้งหมดเช่นเดียวกัน

# ขอดูและตรวจสอบระเบียบปฏิบัติเรื่องการชี้บ่งและสอบกลับได้ (Identification and Traceability Procedure) ดูหลักการได้จาก QMS Check List Blog ที่ 4 ให้ Link จาก Web Blog ข้างล่าง
http://quality1996-quality1996.blogspot.com/
หลักการเหมือนกัน มองเน้นด้าน FSMS

# ขอดูระเบียบปฏิบัติเรื่องการขนส่ง(Transportation Procedure) หรือ การ Delivery มีทั้งระบุชนิดของพาหนะ ประเภทรถยนต์ ผู้ขนถ่ายสินค้า มีการทำความสะอาดรถยนต์ และอุปกรณ์ขนส่งต่างๆ ดูหลักการได้จาก QMS Check List Blog ที่ 4 ให้ Link จาก Web Blog ข้างล่าง
http://quality1996-quality1996.blogspot.com/
หลักการเหมือนกัน มองเน้นด้าน FSMS ต้องรักษาคุณภาพและสามารถถนอมอาหารไม่ให้บูดเสียตลอดการขนส่ง

# ขอดูระเบียบปฏิบัติเรื่องการฝึกอบรม (Training Procedure) ดูหลักการได้จาก QMS Check List
Blog ที่ 4 ให้ Link จาก Web Blog ข้างล่าง
http://quality1996-quality1996.blogspot.com/
หลักการเหมือนกัน มองเน้นด้าน FSMS

หมายเหตุ GMP Check List ยังเขียนไม่เสร็จ จะเพิ่มรายละเอียดเข้าไปในภายหน้าอีกครั้ง

HACCP/ ISO22000 (Food Safety Management System :FSMS):
จากนั้นการตรวจสอบระบบว่าการทำ HACCP/ISO22000 ให้ตรวจสอบต่อดังนี้
# ขอดู การวิเคราะห์อันตราย (Hazard Analysis)
# ขอดูการทำแผนการวิเคราะห์จุดอันตรายและควบคุมจุดวิกฤต(HACCP Plans)
# ตรวจสอบค่า CL (Critical Limit)
# ตรวจสอบการปฏิบัติของ HACCP Plans
# ตรวจสอบความถูกต้องของ  HACCP Plans
# ตรวจสอบ HACCP Plans ว่าทำครบถ้วน หรือไม่
# ทบทวนแผน HACCP อย่างไร เมื่อไร
# ทวนสอบ (Verification) แผน HACCP ช่วงไหน และมีการรับรองหรือไม่ ถูกต้องและครบถ้วนหรือไม่
# ดำเนินการถึงสภาพการใช้ได้ (Validation) ของแผนงาน HACCP เมื่อไร
# ขอดูระเบียบปฏิบัติเรื่องการตรวจและการทดสอบ (Inspection and Test Procedure) รวมทั้งมีการตรวจจับโลหะด้วยเครื่อง Metal Detector อื่นๆ ดูหลักการได้จาก QMS Check List  สามารถกด Link ได้ http://quality1996-quality1996.blogspot.com/  หลักการคล้ายๆกัน

 # ขอดูระเบียบปฏิบัติเรื่องการควบคุมเอกสาร (Document Control Procedure) ดูหลักการได้จาก QMS Check List Blog ที่ 4 ให้ Link จาก Web Blog ข้างล่าง
http://quality1996-quality1996.blogspot.com/

 # ขอดูระเบียบปฏิบัติเรื่องการควบคุมบันทึก (Record Control Procedure) ดูหลักการได้จาก QMS Check List Blog ที่ 4 ให้ Link จาก Web Blog ข้างล่าง
http://quality1996-quality1996.blogspot.com/
หลักการเหมือนกัน มองเน้นด้าน FSMS

# ระเบียบปฏิบัติเรื่องการสอบเทียบเครื่องมือวัด อุปกรณ์และ Device (Calibration Procedure) ดูหลักการได้จาก QMS Check List  Blog ที่ 4 ให้ Link จาก Web Blog ข้างล่าง
http://quality1996-quality1996.blogspot.com/
หลักการเหมือนกัน มองเน้นด้าน FSMS หรือเครื่องมือวัดที่มีผลต่อด้านคุณภาพของผลิตภัณฑ์อาหาร

# ขอดูระเบียบปฏิบัติเรื่องผลิตภัณฑ์ที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด (Non-Conformity Procedure or Hold
 ดูหลักการได้จาก QMS Check List Blog ที่ 4 ให้ Link จาก Web Blog ข้างล่าง
http://quality1996-quality1996.blogspot.com/
หลักการเหมือนกัน มองเน้นด้าน FSMS

# ขอดูระเบียบปฏิบัติเรื่องการเรียกคืนสินค้า (Product Recall Procedure) ดูหลักการได้จาก QMS Check List Blog ที่ 4 ให้ Link จาก Web Blog ข้างล่าง
http://quality1996-quality1996.blogspot.com/
หลักการเหมือนกัน มองเน้นด้าน FSMS

•# ขอดูระเบียบปฏิบัติเรื่องลูกค้าร้องเรียนและเคลม (Customer Complaint and Claim Procedure) ดูหลักการได้จาก QMS Check List Blog ที่ 4 ให้ Link จาก Web Blog ข้างล่าง
http://quality1996-quality1996.blogspot.com/
หลักการเหมือนกัน มองเน้นด้าน FSMS

# ขอดูเรื่องการปฏิบัติการแก้ไขและป้องกัน (Corrective and Preventive Action Procedure) ดูหลักการได้จาก QMS Check List  Blog ที่ 4 ให้ Link จาก Web Blog ข้างล่าง
http://quality1996-quality1996.blogspot.com/
หลักการเหมือนกัน มองเน้นด้าน FSMS
# ตรวจสอบดูการทวนสอบและเฝ้าระวัง (Monitoring) ปัญหาและแผนงานต่างๆ ได้มีการดำเนินการอย่างไร

# ขอดูระเบียบปฏิบัติเรื่องการตรวจประเมินภายใน (Internal Audit Procedure) ดูหลักการได้จาก QMS Check List Blog ที่ 4 ให้ Link จาก Web Blog ข้างล่าง
http://quality1996-quality1996.blogspot.com/
หลักการเหมือนกัน มองเน้นด้าน FSMS
# ขอดูระเบียบปฏิบัติเรื่องการประชุมทบทวนงานบริหารคุณภาพ (Management Review Meeting Procedure) ดูหลักการได้จาก QMS Check List Blog ที่ 4 ให้ Link จาก Web Blog ข้างล่าง
http://quality1996-quality1996.blogspot.com/
หลักการเหมือนกัน มองเน้นด้าน FSMS หรือ ISO22000

วันนี้นอกจากเรื่องGMP/HACCP ขอพูดถึงเรื่องเกี่ยวกับความปลอดภัยและอุบัติเหตุสักนิด ผู้เขียนจึงเตือนมายังผู้ประกอบการที่ยังไม่เข้าใจ หรือไม่ทราบ อย่างน้อยก็เป็นความรับผิดชอบต่อสังคมก็ยังได้

* ผู้เขียนขอแนะนำทุกๆบริษัท โดยเฉพาะของคนไทย ควรมีผู้บริหารไปอบรม จป.ผู้บริหาร และส่งพนักงานไปอบรม เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยระดับหัวหน้างาน มิฉะนั้นเวลาเกิดอุบัติเหตุ และเรื่องเข้าถึงกองทุนเงินทดแทน เจ้าหน้าที่จะมาตรวจสอบที่สถานประกอบการ ที่ไม่มี จปว. จะเรียกขอ หรือขอดูการอบรมของผู้บริหารและของหัวหน้างานเกี่ยวกับความปลอดภัย หากไม่มีหรือไม่ถูกต้องตามกฎหมาย จะถูกปรับเป็นเงินมากโข เรียกว่าหลายแสนบาทก็มีแล้ว จัดอบรมดีกว่า เวลาเกิดเรื่องจะได้ไม่ยุ่งยาก ยิ่งอะไรที่เกี่ยวกับราชการ หรือกฎหมาย เรียกว่าเหนื่อยมากๆ

* ยิ่งโรงงานหรือบริษัทที่มีพนักงานตั้งแต่ 100 คน (ไม่ใช่ทำบุญร้อยวันนะ แต่เกิดอุบัติขึ้นมา ก็ใช่เลย)
ต้องมีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยวิชาชีพ หรือ จปว. รวมทั้งบริษัท ที่มีผู้บริหารกลุ่มเดียวกัน หรือมีหลายโรงงานในรั๊วเดียวกัน นับจำนวนพนักงานรวมกันครบ 100 คน ก็เข้าข่าย ลักษณะแบบนี้ยังมีอีกหลายแห่ง หากเกิดอุบัติเหตุ จะถุกตรวจสอบเข้ม และปรับหนักพอสมควร ทำให้ถุกต้อง ปลอดภัยและสบายใจ

* ปัจจุบันโรงงานญี่ปุ่นมาตั้งที่ไทย มักมีพนักงานไม่ถึง 50 คน ไม่ต้องมีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยด้านเทคนิค ไม่ต้องมี จปว. มักเป็นโรงงานขนาดเล็ก ผลิตชิ้นส่วน หรือ สินค้า ส่งกลับไปให้บริษัทแม่ที่ญี่ปุ่น
แต่นิยมใช้เครื่องที่อัตโนมัติมากขึ้น พนักงานหนึ่งคน คุม 6-8 เครื่องจักรที่ใช้ผลิต ไม่เหมือนแต่ก่อน หนึ่งเครื่องใช้คนคุม 3-4 คน ข้อดีโรงงานญี่ปุ่น คือ เน้น 5 ส และตระหนักถึงเรื่องอุบัติเหตุ เราควรนำสิ่งดีๆมาประยุกต์ใช้กับพนักงานคนไทย

In-House Training 
หลักสูตร Internal Auditor: GMP สำหรับโรงงานทั่วไป สอนวันเดียว จำนวนผู้เข้าอบรม 40 ท่าน 
หลักสูตร Overview GMP and HACCP  สอนวันเดียว ไม่จำกัดจำนวนผู้เข้าอบรม
หลักสูตร Review Internal Auditor : GMP/HACCP สอนวันเดียวสำหรับทบทวน จำนวน
               ผู้เข้าอบรม 40 ท่าน 
หลักสูตร New Internal Auditor : GMP/HACCP  สอนสองวัน จำนวนผู้เข้าอบรม 40 ท่าน 
Click ที่  http://ksnationconsultant.blogspot.com/
ทีมงานพร้อมให้คำปรึกษา ติดต่อคุณณัช: E-Mail: ksnationconsultant@hotmail.com 
Mobile:  081 3029339 







เขียนต่อคราวหน้า

บทความด้านระบบการจัดการต่างๆ เป็นลิขสิทธิ์ของบริษัท KS NATION CONSULTANT CO.,LTD. ห้ามสำเนาและคัดลอกโดยไม่ได้รับอนุญาต 
Copy Right, All Right Reserved.

ตั้งแต่ปี 2013 ถึงปัจจุบันปี 2014 ผู้เขียนและทีมงานร่วมงานกับ KS Nation Consultant Co.,Ltd. เป็นผู้บรรยายประจำในระบบการจัดการต่างๆ และเป็น Lecturer/Instructor/ External Trainer ให้กับองค์การและกับ Certification Bodies โดยประสบการณ์จริงจากชีวิตทำงานในโรงงานและหน่วยงานต่างๆ :

สามารถ Click ดูที่ Web Blog ด้านล่าง
ISO9001: 2008, ISO/TS16949  link ดูจาก   http://quality1996-quality1996.blogspot.com/
GMP/HACCP/ISO22000/ISO17025  link ดูจาก  http://qualitysolving.blogspot.com/
ISO14001, OHSAS18001, SA8000  link ดูจาก  http://safetysolving.blogspot.com/
Check List of ISO (MS):link ดูจาก  http://McQMRtraining-McQMR.blogspot.com/                            
หรือ SA8000 Check List link ที่  http://McQMRTraining.blogspot.com/
In-House Training: http://ksnationconsultant.blogspot.com/                                                                            หรือ   http://mcqmr-training-consulting.blogspot.com/ 
หรือ   http://McQMR.blogspot.com/    

วันอังคารที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ISO 9001 Check List

KS NATION CONSULTANT CO.,LTD.

เลขที่ 823/28  ถนนพรหมาสตร์  ตำบลบางปลาสร้อย  อำเภอเมือง  จังหวัดชลบุรี 20000
ติดต่อ K.Nat  081 4302824 K.Sun Mobile: 081 3029339, 083 2431855 
E-Mail: ksnationconsultant@hotmail.com, McQMR@hotmail.com  Bangkok 
Fax: 02 7441859

In-House Training :
"as your require"
บริษัทให้คำปรึกษาจัดทำทุกระบบ link  :   http://ksnationconsultant.blogspot.com/

ISO9001 ISO/TS16949 ISO14001 OHSAS/TIS18001 ISO50001
Productivity 5S Kaizen QCC TQM Six Sigma  Leadership

Walk Rally : กาญจนบุรี เขาใหญ่ ขอนแก่น ราชบุรี ปราจีนบุรี ระยอง อื่นๆ
GMP  BRC IFS HACCP ISO22000 ISO17025
ISO/TS22002-1   FSSC22000
Walk Rally และอื่นๆ 

บริษัทให้คำปรึกษาและฝึกอบรมทุกระบบ/มาตรฐาน และกิจกรรมต่างๆ
Walk Rally เน้นพื้นที่ ระยอง กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี เขาใหญ่/นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี ขอนแก่น นครสวรรค์ ลำปาง และเชียงใหม่  โดยลูกค้า KS สำหรับ Walk Rally พิเศษ แถมฟรี หลักสูตรอบรมข้อกำหนด ISO9001: 2015 (New Version) จำนวนหนึ่งวัน ใช้สิทธิ์ได้ภายในหนึ่งปี และช่วยแนะแนวการปรับระบบเข้าสู่ New Version
สามารถ Click ดูที่ Web Blog ด้านล่าง
ISO9001: 2008, ISO/TS16949  link ดูจาก   http://quality1996-quality1996.blogspot.com/
GMP/HACCP/ISO22000/ISO17025  link ดูจาก  http://qualitysolving.blogspot.com/
ISO14001, OHSAS18001, SA8000  link ดูจาก  http://safetysolving.blogspot.com/
Check List of ISO (MS):link ดูจาก  http://McQMRtraining-McQMR.blogspot.com/
หรือ SA8000 Check List link ที่    http://McQMRTraining.blogspot.com/
บทความด้านระบบการจัดการต่างๆของ McQMR และ Soonthorn  Ngamprompong หรือ                 อาจารย์ศรราม เป็นลิขสิทธิ์ของบริษัท KS NATION CONSULTANT CO.,LTD. ห้ามสำเนาและคัดลอกโดยไม่ได้รับอนุญาต Copy Right, All Right Reserved.   
ทีมงานพร้อมให้คำปรึกษา ISO และจัดทำ Pre-Audit, Special Internal Audit, Supplier Audit และ
Customer Assign to Factory Audit/Delivery Audit

In-House Training and Consulting:
บริษัทให้คำปรึกษาจัดทำทุกระบบ link  :  
 http://ksnationconsultant.blogspot.com/
สำหรับโรงงานที่ต้องการควบคุมและกำจัดสัตว์รบกวนและสัตว์พาหะ ทั้งแมลง ปลวก นก หนูต่างๆ
สามารถติดต่องาน Pest Control โดย Click:   http://www.nanoherb.com
ค่าฝึกอบรมสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้

หลักสูตรต่างๆ  Click :  http://ksnationconsultant.blogspot.com/
สำหรับ หลักสูตร Internal Auditor สอนสองวัน อบรมได้ 4คน
หลักสูตรข้อกำหนดหรือหลักสูตรอื่นๆ ไม่จำกัดจำนวนผู้เข้าอบรม เพื่อให้พนักงานมีความรู้มากขึ้น 
การออกใบ Certificate เข้าอบรมครบ หรือ/และสอบผ่านเกณฑ์มาตรฐาน 
ค่าฝึกอบรมสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้

หลักสูตร การบริหารคุณภาพและแนวทางการประยุกต์ใช้งานด้วย 8 หลักการ (8 Principles) สอนหนึ่งวัน
หลักสูตร Integration Management System Method สอนหนึ่งวัน วิธีการรวมระบบ 
หลักสูตร Integrated QMS/EMS/OHSAS Internal Auditor สอนสองวัน            
หลักสูตร Integrated QMS/EMS Internal Auditor สอนสองวัน อบรมสี่สิบท่าน 
หลักสูตร Integrated QMS/HACCP Internal Auditor สอนสองวัน 
หลักสูตร Integrated QMS//HACCP/ISO22000 Internal Auditor สอนสองวัน เข้าอบรมได้ 40 ท่าน 
หลักสูตร Internal Auditor QMS/EMS/OHSAS/HACCP  แต่ละระบบแยกกัน สอนสองวัน 
               เข้าอบรมได้ 40 ท่าน 
หลักสูตร  Knowledge and Verify GMP สอนหนึ่งวัน ไม่จำกัดจำนวนผู้เข้าอบรม
หลักสูตร  GMP Internal Auditor สำหรับ SME สอนหนึ่งวัน  เข้าอบรมได้ 40 ท่าน 
หลักสูตร  Review GMP/HACCP Internal Auditor สอนหนึ่งวัน เข้าอบรมได้ 40 ท่าน 
หลักสูตร  GMP/HACCP Internal Auditor สอน 1 วัน เข้าอบรมได้ 40 ท่าน 
หลักสูตรข้อกำหนดแต่ละมาตรฐาน สอน 1 วัน 
หลักสูตร ข้อกำหนด ISO 9001:2008 สอนหนึ่งวัน ไม่จำกัดจำนวนผู้เข้ารับ
             การอบรม เพื่อประโยชน์ขององค์กร และนำไปรักษาระบบ สร้าง Awareness อย่างยั่งยืน
หลักสูตรข้อกำหนด ISO 14001:2004 สอนหนึ่งวัน ไม่จำกัดจำนวน
หลักสูตรข้อกำหนด OHSAS 18001:2007 สอนหนึ่งวัน ไม่จำกัดจำนวน
หลักสูตร ข้อกำหนด GMP/HACCP  สอนหนึ่งวัน ไม่จำกัดจำนวน
หลักสูตร ISO22000:2005 Awareness  สอนหนึ่งวัน ไม่จำกัดจำนวน
หลักสูตรข้อกำหนด FSSC/ISO22000:2005  สอนหนึ่งวัน ไม่จำกัดจำนวน
หลักสูตรข้อกำหนด ISO/TS 16949:2009  สอนหนึ่งวัน ไม่จำกัดจำนวน

หลักสูตรอื่นๆ
หลักสูตร Primary GMP(อย.) สำหรับ OTOP สำหรับโซนกำแพงเพชรและชลบุรี ให้คำปรึกษาฟรี เพื่อเตรียมตัวเข้าสู่ระบบสำหรับสถานประกอบการใหม่วันที่ 7 พฤศจิกายน 2555 และ 7 พฤศจิกายน 2558 สำหรับรายเก่าทั้งหมด 
หลักสูตรการเพิ่มผลผลิตแบบ Daily Management สอนหนึ่งวัน ไม่จำกัดจำนวนผู้เข้ารับการอบรม
หลักสูตรการจัดการโรงงานด้วย 5 ส สอนหนึ่งวัน ไม่จำกัดจำนวนผู้เข้ารับการอบรม
หลักสูตรภาวะผู้นำของหัวหน้างาน (Leadership in the Leader/Supervisor) มูลเหตุปฎิเสธไม่ได้ว่า
           ปัญหาการทำงานจริง ชีวิตจริงในโรงงานหลายส่วนเกิดจากทัศนคติและการแก้ไขปัญหาเฉพาะ
           หน้าจากหัวหน้างานรวมทั้งพนักงาน สอนหนึ่งวัน ไม่จำกัดจำนวนผู้เข้ารับการอบรม  
หลักสูตร To Be Management Representative (QMR+EMR+OHSMR+Food Safety Team 
           Leader) : เพื่อศึกษาข้อกำหนด ISO และระบบงานของตัวแทนฝ่ายบริหารที่ทุกฝ่ายเกี่ยวข้อง 
           สอนหนึ่งวัน ไม่จำกัดจำนวนผู้เข้ารับการอบรม

ขอขอบคุณบริษัทที่ได้ให้ทางทีมงานเข้าไปให้คำปรึกษา In-House Training และทุกท่านที่สนใจ

Q&A: คำถามและตอบเกี่ยวกับ ISO สามารถ link ดูรายละเอียดได้ที่
http://quality1996-quality1996.blogspot.com/  อ่านที่บล๊อค 17 ชื่อ KS Nation Consultant หรือ 21 คำถามระบบบริหารจากโรงงานต่างๆ

Primary GMP คืออะไร link ที่   http://qualitysolving.blogspot.com/

In-House Training หลักสูตร ISO9001:2008 Internal Auditor สอนสองวัน เข้าอบรมได้ 40 คน 
In-House Training โรงงานทั่วไป หลายหลักสูตรของหลักสูตรข้อกำหนด ISO ไม่จำกัดจำนวนผู้เข้าอบรม
In-House Training สำหรับหลักสูตร Integrated Internal Auditor สามระบบเข้าด้วยกัน
(QMS+EMS+OHSAS, หรือ QMS+EMS+HACCP, หรือ QMS+HACCP+FSSC/ISO22000, หรือ
HACCP+EMS+ISO22000) สอน2 วัน

หลักสูตร Primary GMP (อย.) สำหรับ OTOP ให้คำแนะนำฟรี E-Mail มาสอบถามเพื่อเตรียมตัวเข้าสู่ระบบ

สอนด้วยหลักวิชาการ ใช้ภาษาโรงงาน(ง่ายๆ) พร้อมประสบการณ์จริงจากอดีต CB Auditor, QMR/EMR/OHSMR และชีวิตการทำงานในสิบโรงงานอุตสาหกรรมตลอดยี่สิบกว่าปี และผ่านชีวิตราชการที่กระทรวงอุตสาหกรรม และงานขาย เรียกว่า เซลล์แมน ปัจจุบันทำงานเป็นที่ปรึกษาจัดทำระบบและวิทยากรให้กับบาง CB และอีกหลายหน่วยงาน

ISO 9001: 2008 Check List

Check List เป็นเครื่องมือที่ใช้ตรวจติดตามคุณภาพภายในโรงงาน (ผู้ตรวจประเมินหรือ Auditor ก็มีจัดทำ Check List เช่นกัน) โดยศึกษาจากข้อกำหนดของมาตรฐาว่ามีใจความอย่างไร จากนั้นนำมาระบุเป็นหัวข้อเพื่อใช้ตรวจสอบว่า องค์กรหรือโรงงานทำครบถ้วนหรือไม่ สามารถเพิ่มเติมสิ่งที่ต้องตรวจสอบระบบโดยได้ข้อมูลมาจากระเบียบปฎิบัติ(Procedure) ชุดที่เราจะไปตรวจติดตาม คือของฝ่ายที่จะถูกตรวจประเมินนั่นเอง

สามารถ Link ไปยัง Web Blog เพื่ออ่านบทความ ISO ตาม Web ด้านล่าง


พระเจ้าอยู่หัว : King of Thailand, picture from BOI Fair 2011
ขอพระองค์ ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง
แสดงโชว์ในงานของ www.thuleethai.org (อ.กวง)

บทความด้านระบบการจัดการต่างๆ เป็นลิขสิทธิ์ของบริษัท KS NATION CONSULTANT CO.,LTD. ห้ามสำเนาและคัดลอกโดยไม่ได้รับอนุญาต 
Copy Right, All Right Reserved.

ตั้งแต่ปี 2013 ถึงปัจจุบันปี 2014 ผู้เขียนและทีมงานร่วมงานกับ KS Nation Consultant Co.,Ltd. เป็นผู้บรรยายประจำในระบบการจัดการต่างๆ และเป็น Lecturer/Instructor/ External Trainer ให้กับองค์การและกับ Certification Bodies โดยประสบการณ์จริงจากชีวิตทำงานในโรงงานและหน่วยงานต่างๆ :







กรณีสงสัยสอบถามได้ที่ E-Mail: ksnationconsultant@hotmail.com ฟรี
เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ สู่ "โซเชียล ไอโซ่ (Social ISO) เพื่อนแท้ที่แปลกหน้า"

จุดประสงค์ของการทำ Check List คือ
1  เพื่อใช้เป็นแนวทางของการตรวจประเมิน และสุ่มหาสิ่งที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด
2  เพื่อช่วยจำและรวบรวมหลักฐานข้อบกพร่องที่พบในระหว่างการตรวจประเมิน

เริ่มจาก Check List ที่จะไปพบท่านกรรมการผู้จัดการ(MD) และใครละจะกล้าตรวจท่านMD? ขอแนะนำ หากโรงงานท่านมีที่ปรึกษา ก็ให้ที่ปรึกษานั่นแหละ และเป็นการรายงานหรือติว เพื่อสรุปผลให้ท่านรับทราบนั่นเอง
Management Check List:(กรรมการผู้จัดการหรือผู้บริหารที่กำกับองค์กรนั้น เช่น DM, GM, Director, Plant Manager หรือผู้รับมอบอำนาจให้บริหารองค์กร)
1 การกำหนดนโยบายคุณภาพให้กับพนักงาน ท่านมีหลักการอย่างไร
2 นโยบายที่กำหนดนั้น บรรลุตามเป้าหมายหรือไม่ หากไม่ได้ตามเป้าหมายท่านมีแผนงานอย่างไร
3 เป้าหมายด้านนโยบายคุณภาพ ท่านกำหนดอย่างไร มีสิ่งใดที่ท่านคิดหรือประสงค์ในเป้าหมายนั้น
4 วัตถุประสงค์ด้านคุณภาพ (Quality Objective) ท่านมีข้อคิดเห็นอย่างไร มีการทบทวนหรือไม่
5 ท่านมีการตรวจสอบหรือติดตามผลอย่างไร มั่นใจเพียงใดว่าพนักงานทุกคนเข้าใจและมีส่วนร่วมกับนโยบายที่ท่านได้ประกาศออกไป
6 ผลลัพท์ที่ได้ ท่านพึงพอใจเพียงใด ท่านมีกลยุทธ์ใด ที่จะเสริมเข้าไปเพื่อให้ทุกคนสามารถปฎิบัติได้
7 ท่านมีการวัดผลและการประเมินผลอย่างไร ครั้งล่าสุดเมื่อใด
8  หากพบปัญหาใหญ่ในระบบบริหารคุณภาพ ท่านมีแนวทางอย่างไรกับทีมงานหรือกับผู้ที่เกี่ยวข้อง
9 การจัดทำและทบทวนคู่มือคุณภาพ ท่านคิดเห็นว่าอย่างไรรวมทั้งมีการสื่อสารออกไปหรือไม่ อย่างไร
10 ขอดูคู่มือคุณภาพของท่าน (ตรงนี้คือการตรวจสอบว่า มีอยู่กับตัวท่านหรือไม่ และ Up-Date หรือไม่ ตรงนี้เคยตกม้าตาย คือหากท่านไม่รู้เล่มไหน หรือเล่มนั้นไม่ Up-Date จะเสียคะแนนความมั่นใจให้กับผู้ตรวจสอบไปมากโข)
11 ข้อบกพร่องจากการตรวจติดตามคุณภาพภายใน(IQA)ที่เป็นปัญหามากที่สุดคืออะไร
12 ท่านเข้าร่วมประชุมงานทบทวนบริหารคุณภาพ ท่านคิดว่าระบบเดินก้าวหน้า หรือมีสิ่งที่ท่านกังวลใจหรือไม่
13 ขอดูสรุปผลค่า KPI ซึ่งท่านคิดว่าเกี่ยวพันกับISO 9001 นั้น มากน้อยเพียงใด การกำหนดค่าท้าทายหรือสามารถปฎิบัติได้จริง รวมทั้งมีการปรับเปลี่ยนบ่อยครั้งหรือไม่
14 ท่านมีข้อเสนอแนะใดบ้าง
15 ผู้ตรวจสอบจากภายนอกกล่าวขอบคุณและขออนุญาตท่าน MD ไปตรวจประเมินฝ่ายต่างๆ
หากเป็นคนใน หรือ QMR จำใจต้องรับหน้าที่นี้ อย่าลืมขอบคุณท่านMD รายงานทุกปัญหาให้ท่านรับทราบและขอความช่วยเหลือ เพราะการที่ MD เอาจริง ฝ่ายต่างๆก็จะต้องทำจริง อะไรๆก็จะราบรื่น
บางครั้ง QMR ก็รู้ว่าบางฝ่ายมีปัญหามาก อาจถือโอกาสนี้ เรียนเชิญท่านไปดูการตรวจสอบภายในที่ฝ่ายนั้น โดยแจ้งไปว่า ท่านต้องการเยี่ยมชมและให้กำลังใจพนักงาน ซึ่งก็จริง แต่เป้าหมายหลักคือต้องการขอยืมดาบท่าน ทำให้ฝ่ายที่มักมีปัญหา เคารพกติกาบ้างเท่านั้นเอง และการสร้างความสัมพันธ์ก็สำคัญ แต่ไม่ต้องถึงกับนัดกันไปต่อทุกคืนเพื่อกินเบียร์ต่อยอดความสามัคคี

ตรวจสอบฝ่ายผลิต รวมงานซ่อมบำรุงและการวางแผนการผลิต ดังนี้
Production Check List:
ตรวจสอบระดับฝ่าย ควรขอดูและตรวจสอบ
# ขอดูคู่มือคุณภาพหรือ QM ว่า Deploy มาให้และเป็นฉบับ Up-Date หรือไม่
# นโยบายที่ระบุในคู่มือคุณภาพหรือ QM ผู้จัดการฝ่ายนั้นเข้าใจและนำไปปฎิบัติหรือไม่ อย่างไร
# นโยบายที่กำหนดให้ฝ่ายนำไปดำเนินการสอดคล้องและตรงจริงกับที่ฝ่ายนั้นทำงานหรือไม่ อย่างไร
# บางครั้งอาจทดลองทดสอบผู้จัดการ ในเนื้อหาใจความของนโยบายคุณภาพนั้น ผู้จัดการฝ่ายเข้าใจมากน้อยเพียงใด แต่ส่วนใหญ่จะไปตรวจสอบที่พนักงานเป็นหลัก
# ขอดูแผนผังองค์กรฝ่ายว่าสอดคล้องกับแผนผังองค์กรรวมของทั้งองค์กรหรือไม่ Up-Date หรือไม่
# ตรวจสอบการสื่อสารต่างๆไปยังพนักงานทั่วถึงหรือไม่ พนักงานมีส่วนร่วมในระบบบริหารคุณภาพมากน้อยเพียงใด พนักงานมีความเข้าใจในเนื้อหาใจความของนโยบายมากน้อยเพียงใด รู้หรือไม่ใครคือลูกค้าฝ่ายตน หรือคนที่รับงานต่อจากกระบวนการของตนคือใคร
# ขอดูประวัติการฝึกอบรมทั้งของผู้จัดการ หัวหน้างานและอาจสุ่มของพนักงานว่าได้รับการอบรมตามแผนและผู้ที่จำเป็นต้องรับการอบรมตาม Training Need ได้รับอบรมไปจริง ในเวลาที่เหมาะสม ไม่ล่าช้าหรือค้างนานจนทำความเสียหายในหน้าที่ด้วยความไม่รู้ ไม่เข้าใจ
# ขอดูค่า KPI ขอแต่ละฝ่าย สามารถทำได้ตามเป้าหมายหรือไม่ กรณีทำไม่ได้มีแผนปฎิบัติการอย่างไร ไม่ใช่ปล่อยทิ้ง ไม่ได้เป้าหมายก็ไม่ได้ทำอะไร โดยเฉพาะเป้าหมายด้านคุณภาพ มีและเหมาะสมเพียงใด
# ถามถึงการติดตามสมรรถนะของกระบวนการต่างๆเกี่ยวกับ KPI มีแสดงถึงความคืบหน้าอย่างไร หรือไม่ มีการติดตามผลทุกเดือน และผลลัพท์เป็นอย่างไร
# การตั้งวัตถุประสงค์และเป้าหมายขึ้นมานั้นใช้อะไรเป็นตัวพิจารณา เป็นเป้าหมายรวมทั้งองค์กรหรือแยกเป็นฝ่ายนั้นๆตั้งเป้าหมายใช่หรือไม่ใช่กับลักษณะงานที่ฝ่ายนั้นรับผิดชอบ
# มีการทบทวนวัตถุประสงค์และเป้าหมายหรือไม่ ความถี่ในการทบทวน หรือทำการทบทวนเมื่อไรบ้าง
# อาจสุ่มสอบถามปัญหาหลักที่ถูกตรวจติดตามคุณภาพภายใน รวมทั้งการเข้าร่วมประชุมงานทบทวนบริหารคุณภาพว่ามีส่วนร่วม เข้าใจและติดตามปัญหาอย่างไร เนื้อหาหลักๆทั้งหมดในสองหัวข้อนี้จะไปตรวจสอบเข้มที่ QMR อีกครั้ง
# ตรวจสอบสภาพแวดล้อม(Work Environment)ที่ส่งผลกระทบด้านคุณภาพมีหรือไม่ หากองค์กรมีทำระบบบริหารสิ่งแวดล้อมก็ค่อยไปเน้นตอนตรวจสอบติดตามภายในของมาตรฐาน ISO14001 อีกครั้ง
# ขอดูแผนคุณภาพหรือ Quality Plans และใช้ตรวจสอบทุกจุดทำงานว่าตรงกับแผนคุณภาพหรือไม่ แผนนี้ทำมาครบถ้วนหรือไม่

ตรวจสอบการวางแผนการผลิต(Planning)
# ให้ตรวจการวางแผนทั้งรายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน หรือไตรมาศ(ถ้ามี) ว่าทำได้ตามแผนงานจริงหรือไม่ หากไม่ได้ตามแผนแก้ไขอย่างไร ประสานงานกับผู้เกี่ยวข้องหรือไม่
# การวางแผนมีวิธีการอย่างไร มีการฟอร์แคสอย่างไรและร่วมกับฝ่ายขายอย่างไร ตั้งแต่การรับคำสั่งซื้อมาจากฝ่ายขาย เป็นออเดอร์ทั่วไป หรือแบบ Make to Order (ทำเฉพาะ)
#  สามารถทำส่งทันความต้องการลูกค้าหรือไม่
# ใครเป็นผู้อนุมัติปรับและแก้ไขแผนงานที่วางแผน หลังออกแผนแล้ว หน่วยงานที่ผลิตรับแผนไปผลิตอย่างไร ประสานงานกันด้วยวิธีการใด เกิดความผิดพลาดบ่อยครั้งหรือไม่
# หากฝ่ายหรือหน่วยงานที่ผลิตทำสินค้าไม่ได้ตามแผน การแจ้งข้อมูล ปรับแผนและการแจ้งฝ่ายขายเพื่อแจ้งลูกค้ากระทำกันอย่างไร มีการประสานงานและแจ้งข้อมูลหรือไม่
# มีการวางแผนระยะยาวหรือไม่ หากมีให้ขอดูและตรวจสอบว่าทำอย่างไร มีเกณฑ์อะไร เกิดประโยชน์หรือไม่
# หน่วยงานผลิต รับแผนมาแล้วดำเนินการอย่างไร เพื่อผลิตให้ได้ตามแผนหรือที่ลูกค้าต้องการ
# การรับออเดอร์และนำมาวางแผนผลิตได้คำนึงและตรวจสอบทั้งจำนวนคนงานที่มี เวลาที่ใช้ผลิต จำนวนเครื่องจักรอุปกรณ์ต่างๆ จำนวนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์และสิ่งอำนวยความสะดวก(Facilities) เพียงพอหรือไม่ สภาพอย่างไร หากไม่พอจะแก้ไขอย่างไร
# ตรวจสอบการสื่อสารต่างๆไปยังพนักงานวางแผน ด้วยหรือไม่ พนักงานมีส่วนร่วมในระบบบริหารคุณภาพมากน้อยเพียงใด พนักงานมีความเข้าใจในเนื้อหาใจความของนโยบายมากน้อยเพียงใด รู้หรือไม่ใครคือลูกค้าฝ่ายตน หรือคนที่รับงานต่อจากกระบวนการของตนคือใคร
# ขอดูประวัติการฝึกอบรมของหัวหน้างานและอาจสุ่มของพนักงานว่าได้รับการอบรมตามแผนและผู้ที่จำเป็นต้องรับการอบรมตาม Training Need ของแต่ละตำแหน่งงาน ได้รับอบรมจริงหรือไม่ และอบรมในเวลาที่เหมาะสมหรือไม่ คือต้องไม่ล่าช้าหรือค้างนานจนทำให้เกิดความเสียหายในหน้าที่เพราะความไม่รู้ และความไม่เข้าใจ

ตรวจสอบสายการผลิตหรือบางประเภทเป็นการประกอบ (Assembly Line) ตั้งแต่ต้นทางยันปลายทางว่า
# พนักงานทำงานได้หรือไม่ มีการ OJT ให้หรือยัง
# พนักงานเข้าใหม่ ต้องรับการฝึกอบรมหัวข้อใดบ้าง
# มีการบ่งบอกการควบคุมกระบวนการทำงานอย่างไร หรือใช้ Visual Control ในการทำงานหรือไม่
# ตรวจสอบพนักงานเข้าใหม่ ว่าทำงานอย่างไร หากเพิ่งเข้ามาทำงานวันนี้ หรือเพิ่งเข้ามาเมื่อวานนี้ให้ตรวจเข้มและมีหัวหน้างานคอยติดตามปัญหาหรือไม่ พนักงานเกิดอุปสรรคงานจะแจ้งใคร แจ้งอย่างไร
# สุ่มและจดชื่อพนักงานหลายๆคน ทั้งเรื่องความเข้าใจในนโยบาย ในการทำงานของตน หน้าที่ความรับผิดชอบ เพื่อนำไปตรวจสอบกับฝ่ายบุคคลหรือ HR ว่าพนักงานอบรมอะไรบ้าง มีการลงประวัติครบถ้วนและถูกต้องหรือไม่
# สอบถามพนักงานทำงาน และใช้คู่มือทำงานหรือ Work Instruction (WI) อะไร เน้นทำงานได้จริงและถูกขั้นตอนหรือไม่
# พนักงานประจำเครื่อง สามารถใช้เครื่องมืออุปกรณ์และเครื่องจักรอย่างถูกวิธีหรือไม่
# ตรวจสอบว่ามี WI ที่จำเป็นหรือเป็นงานที่มีขั้นตอนยากหรือมีมากขั้นตอนอยู่ ณ จุดหน้างานหรือไม่
# ตรวจสอบว่า ทั้งระเบียบปฎิบัติ(Procedure) และ WI ที่ใช้งาน ณ จุดหน้างาน ควบคุมอย่างไร Up-Date หรือไม่ ให้จดชื่อเรื่อง หมายเลขและ Revision ของเอกสารหลายๆชุดเพื่อนำไปตรวจสอบที่หน่วยงานควบคุมเอกสารหรือ Document Control ว่าตรงกับ Master List ว่าไม่ใช่เอกสารเถื่อนที่แอบทำขึ้นมา หรือแขวนไว้งั้นๆให้เป็นบ้านของไอ้แมงมุม
# ให้ตรวจสอบคู่มือการทำงานและเอกสาร ข้อมูลล้าสมัยแล้ว Obsolete) ยู่ปะปนในการทำงานหรือไม่
# ให้จดชื่อเครื่องมือวัด หมายเลขและ Serial Number และยี่ห้อ จากหลายๆจุดทำงานเพื่อนำไปตรวจสอบที่หน่วยงานสอบเทียบหรือ Calibration Center ว่าตรงกับ Calibration List หรือไม่ (คือไม่ใช่เครื่องวัดหรือเครื่องมือเถื่อนที่แอบนำมาใช้งาน หัวข้อการสอบเทียบจะมาตรวจเข้มที่หน่วยงานสอบเทียบอีกครั้ง ทั้งประวัติเครื่องวัด การสอบเทียบแบบภายใน ต้องมีตัวมาสเตอร์และวิธีการสอบเทียบ หากเป็นการสอบเทียบแบบภายนอก มีใบรับรองที่น่าเชื่อถือหรือไม่)
# ให้จดรุ่นสินค้าที่ผลิตไว้ ชื่อลูกค้าหากเป็น Make to Order และจำนวนที่ผลิตจริง เพื่อสอบกลับ ในช่วงเวลาที่ไปตรวสอบที่หน่วยงานตรวจสอบหรือ QA/QC ว่าตรวจตามแผนการตรวจสอบหรือไม่ การสุ่มตรงกับที่กำหนดหรือไม่ และเพื่อติดตามว่าสินค้าได้รับการตรวจสอบจริงหรือไม่
# หากเป็นงานผลิตที่ใช้แบบหรือ Drawing ก็ให้ตรวจสอบแบบว่ามีการควบคุมเอกสารหรือแบบทุกชุด  ให้สุ่มมากหน่อยว่า Up-Date และแบบนั้นตรงกับข้อกำหนดที่ลูกค้าต้องการหรือไม่
# ให้ตรวจดูหน้างานมีการทำป้ายชี้บ่งการวางชิ้นงาน วัตถุดิบและสินค้าที่ผลิตครบถ้วนหรือไม่ # ให้ตรวจสอบจุดทำงานหรือพื้นที่ต่างๆ ที่ระบุว่าวางของดี ของเสีย หรือรอพิจารณาเป็นไปตามที่กำหนดหรือไม่ (ปกติพื้นที่สีแดงจะวางของเสีย พื้นที่สีเขียวจะวางของดีและพื้นที่สีเหลืองจะวางของที่รอพิจารณา)
# จดรายการวัตถุดิบมากๆรายการไว้ ทั้งLot ทั้งจำนวน ชื่อผู้ผลิต(Supplier ถ้ามี) ไว้ใช้ไปตรวจสอบที่คลังหรือสโตร์ (Store) ว่ารับเข้ามาผ่านการตรวจสอบรับเข้า (Incoming Inspection)หรือไม่
# หากโรงงานนั้นกำหนดรับเข้าก่อนจ่ายก่อนหรือ FIFO ก็ให้ตรวจสอบว่าทำจริงตามที่กำหนดหรือไม่
# ให้จดชื่อเครื่องจักร หมายเลขและ Serial Number และยี่ห้อ จากหลายๆจุดผลิตเพื่อนำไปตรวจสอบที่หน่วยงานซ่อมบำรุงหรือ Maintenance Center ว่าตรงกับ Machine List/Maintenance List ว่าไม่ใช่เครื่องจักรที่ตกสำรวจ (หัวข้อการซ่อมบำรุงรักษาเชิงป้องกัน: Preventive Maintenance จะไปตรวจเข้มที่หน่วยงานซ่อมบำรุงอีกครั้ง ทั้งประวัติเครื่องจักร  ประวัติการซ่อม การออกใบแจ้งซ่อมและการซ่อมบำรุงรักษาเชิงป้องกัน)
# ให้ตรวจสอบทุกๆเครื่องจักรมีติดป้ายหรือชี้บ่งชื่อหรือระบุหมายเลขของเครื่องจักรครบถ้วน ถูกต้องเพื่อใช้ตรวจสอบกลับอีกครั้งกับ Machine List/Maintenance List
# ให้ตรวจดูสภาพเครื่องจักรเครื่องมือและอุปกรณ์ว่ามีชำรุด เสียหายและขาดการดูแลเอาใจใส่หรือไม่ เช่นพบสภาพแตก หัก เสียงดังมาก น้ำมันเครื่องรั่วไหลเต็มไปหมด สายพานขาดหรือแตกรายงา หรือไม่
# การแสดงผลของการผลิตในแต่ละชั่วโมงหรือแต่ละวันทำอย่างไร
# การสื่อสารภายในฝ่ายผลิตทำอย่างไรบ้าง มีประสิทธิผลหรือไม่ ให้ตรวจสอบทั้งการสื่อสารผ่านเมล์(Mail) แสดงบนกระดาน การปิดประกาศ การประชุมหน้าแถว เพื่อตรวจสอบเรื่องสำคัญได้มีการสื่อสารถึงพนักงานจริงหรือไม่
# ปัญหาการผลิตมีการสื่อสารอย่างไรให้ผู้เกี่ยวข้อง
# ปัญหาการผลิตที่ฝ่ายผลิตพบนั้น ได้ดำเนินแก้ไขอย่างไร หากเกี่ยวข้องกับฝ่ายอื่นๆมีการดำเนินการอย่างไร ให้ดูระเบียบปฎิบัติ(Procedure)ของฝ่ายผลิต ทั้งงานวางแผน และงานซ่อมบำรุง ว่าได้ทำจริงตามที่เขียน และเขียนตรงกับที่ทำงานหรือไม่ (หากไม่ตรงกันเลย ให้ไปแก้ไขเช่น ฝึกอบรมคนให้ทำตามระเบียบ หรือถ้าคนทำไม่ได้ ก็ต้องแก้ไขระเบียบโดยไม่ไปขัดกับข้อกับข้อกำหนดของมาตรฐาน ISO9001)
# ปัญหาเอกสารไม่ควบคุมตามระบบก็พบมากในฝ่ายผลิต ให้ตรวจสอบว่ามีการขึ้นทะเบียนหรือไม่ มีการแจกจ่ายถูกต้องตามที่ระเบียบกำหนดหรือไม่ เอกสารที่จัดเก็บมีการชี้บ่งชัดเจนหรือไม่ และเก็บเข้าที่ถูกแฟ้ม ถูกจุดงานหรือไม่ หากมีการเปลี่ยนแปลงเอกสารฉบับใหม่ทำให้ถูกต้องหรือไม่ และชุดเก่าเก็บออกจากจุดทำงานหรือไม่
# ให้ตรวจสอบเอกสารที่ระบุเวลาจัดเก็บแล้ว ทำจริงตามนั้นหรือไม่ การดูแลเอกสารดีหรือไม่ ถึงเวลาต้องทำลายเอกสารเก่านั้นดำเนินการหรือยัง
# ให้ตรวจสอบพนักงานทำงานที่สำเนาหรือถ่ายเอกสารใช้งานเอง (โอกาสสร้างปัญหาภายภาคหน้าได้) ให้ตรวจดูว่ามีการแอบถ่ายสำเนาใช้งานหรือไม่
# ให้ตรวจสอบหน่วยงานผลิตทุกจุดทำงานที่พนักงานใช้เครื่องจักรว่าทำงานได้จริง เข้าใจการทำงานของเครื่องจักรนั้น มีคู่มือการทำงานหรือ Machine Manual หรือไม่
# หากพนักงานอ่านภาษาอังกฤษไม่ออก คู่มือการทำงานมีฉบับภาษาไทยหรือไม่
# ตรวจสอบการตั้งค่าเครื่องจักร พารามิเตอร์ที่ใช้ควบคุมในกระบวนการผลิตว่ามีครบและถูกต้องหรือไม่ ควรนำแผนคุณภาพหรือ Quality Plans มาใช้ตรวจสอบทุกจุดทำงานจะพบสิ่งที่ฝ่ายผลิตมักทำไม่ได้หรือทำไม่สอดคล้องจริง (ควรหันมาใช้แผนคุณภาพเป็นตัวหลัก ไล่ตรวจสอบได้ทุกจุดงาน)

ตรวจสอบงานซ่อมบำรุง
ขอดู KPI ของหน่วยงาน ผลลัพท์ได้ตามเป้าหมายหรือไม่
# ถามถึงการติดตามสมรรถนะของกระบวนการต่างๆเกี่ยวกับ KPI มีแสดงถึงความคืบหน้าอย่างไร หรือไม่ มีการติดตามผลทุกเดือน และผลลัพท์เป็นอย่างไร
ขอดู Machine List มีการจัดทำหรือไม่ ครบถ้วนและถูกต้องหรือไม่ มีการตกหล่นหรือไม่
# ขอดู Maintenance List ทั่วไป
# ขอดู Preventive Maintenance Plan จัดทำหรือไม่ ใช้หลักเกณฑ์อะไร
# ขอดู Machine History และ Machine Record มีการจัดทำหรือไม่ ครบถ้วนและถูกต้องหรือไม่ มีการตกหล่นหรือไม่
# จากนั้นให้นำชื่อที่จดชื่อเครื่องจักร หมายเลขและ Serial Number และยี่ห้อ จากการตรวจสอบหลายๆจุดหน้างานการผลิต มาตรวจสอบที่หน่วยงานซ่อมบำรุงนี้ว่าตรงกับประวัติและบันทึกหรือไม่ มีครบถ้วนหรือไม่
# เครื่องจักรสำคัญ อยู่ในรายการที่ต้องซ่อมบำรุงรักษาเชิงป้องกัน: Preventive Maintenance หรือไม่
# ขอดูประวัติการซ่อมทั้งหมด(เท่าที่จะมีเวลา)
# ให้ติดตามงานซ่อมที่ล่าช้าหรืองานค้างมีมากน้อยเพียงใด
# ขอดูการออกใบแจ้งซ่อมทำครบถ้วน มีงานค้างมากหรือไม่ ดำเนินการหรือเปล่า
# ขอดูการซ่อมบำรุงรักษาเชิงป้องกันว่าเป็นไปตามแผนงานหรือไม่ ทั้งประเภทแผนสัปดาห์ แผนเดือน หรือทุกๆสามเดือน ทุกๆหกเดือน หรือทุกปี
# ขอดูการซ่อมบำรุงรักษารายวัน ใครทำ เป็นหน่วยงานผลิตทำ หรือหน่วยงานซ่อมบำรุงรักษาทำ ใช่หรือไม่ ทำทุกหัวข้อ ทุกเครื่องจักรตามที่กำหนดครบถ้วนหรือไม่?
# มีการทำTPM(การบำรุงรักษาเชิงทวีผล) หรือไม่ ผลลัพท์เป็นอย่างไร ได้ปฎิบัติตามที่กำหนดหรือไม่
# การดูแลและการจัดเตรียมอะไหล่สำหรับการซ่อมทั่วไปและการซ่อมบำรุงรักษาเชิงป้องกันทำอย่างไร มั่นใจหรือไม่ว่ามีอะไหล่และทำได้ตามแผนงาน
# กรณีทำไม่ได้ตามแผนงาน มีแผนปฎิบัติอย่างไร
# วิธีการบำรุงรักษาเครื่องจักรแต่ละเครื่อง จุดสำคัญที่ต้องทำมีอะไร ทำจริง ทำครบถ้วนหรือไม่ และมีคู่มือหรือ Manual ในการการทำงานหรือไม่
# การซ่อมมีการใช้ผู้รับเหมาจากภายนอก(Sub-Contractor)หรือไม่ มีการควบคุมงาน ตรวจรับงานซ่อมอย่างไร
# ใครออกแผนงานซ่อม ใครอนุมัติและใครทบทวนแผนงานเป็นไปตามกฎการให้อนุมัติ (Authorization) หรือไม่
# ในใบบันทึกการซ่อมงาน ลงครบถ้วนหรือไม่ เขียนอ่านออกหรือไม่
# ไปดูสภาพการจัดเก็บ ดูแลรักษาเครื่องจักรสำรอง เครื่องจักรที่ไม่ใช้งาน หรือเครื่องจักรที่รอจัดจำหน่ายออกจากระบบหรือใช้งานไม่ได้แล้ว มีการติดป้ายบ่งบอกชัดเจนหรือไม่ จัดเก็บในพื้นที่ที่กำหนดหรือไม่ และลงบันทึกประวัติครบถ้วนแล้วหรือยัง

หากหน่วยงานนี้ดูแลพวกแม่พิมพ์หรือ Mold ก็หลักการณ์คล้ายๆการตรวจสอบเครื่องจักรคือ
# ขอดู Mold List มีการจัดทำหรือไม่ ครบถ้วนและถูกต้องหรือไม่ มีการตกหล่นหรือไม่
# ขอดู Mold Preventive Maintenance Plan จัดทำหรือไม่ ใช้หลักเกณฑ์อะไร
# ขอดู Mold History และ Mold Recordมีการจัดทำหรือไม่ ครบถ้วนและถูกต้องหรือไม่ มีการตกหล่นหรือไม่ กำหนดให้ใช้งานได้เท่าไร กี่ชอต ขณะนี้ใช้งานไปแล้วเท่าไร กี่ชอต กี่ครั้ง ถึงเวลาใดต้องเปลี่ยนแม่พิมพ์
# ไปดูสภาพการจัดเก็บ ดูแลรักษาแม่พิมพ์สำรอง แม่พิมพ์ที่ไม่ได้ใช้งาน หรือแม่พิมพ์ที่รอจัดจำหน่ายออกจากระบบหรือใช้งานไม่ได้แล้ว มีการติดป้ายบ่งบอกชัดเจนหรืไม่ ดูแลรักษาอย่างไร จัดเก็บในพื้นที่ที่กำหนดหรือไม่ มีการป้องกันการผุกร่อน และทาจารบี ปิดซีล หุ้มห่ออย่างดีหรือไม่ และลงบันทึกการทำชอตสุดท้ายของชิ้นงานแล้วหรือยัง ประวัติอื่นๆลงครบถ้วนแล้วหรือไม่
# ให้ตรวจสอบการสื่อสารต่างๆไปยังพนักงานซ่อมบำรุงทั่วถึงหรือไม่ พนักงานมีส่วนร่วมในระบบบริหารคุณภาพมากน้อยเพียงใด พนักงานมีความเข้าใจในเนื้อหาใจความของนโยบายมากน้อยเพียงใด รู้หรือไม่ใครคือลูกค้าฝ่ายตน หรือคนที่รับงานต่อจากกระบวนการของตนคือใคร
# ขอดูประวัติการฝึกอบรมของช่าง ของหัวหน้างานและอาจสุ่มของพนักงานว่าได้รับการอบรมตามแผนและผู้ที่จำเป็นต้องรับการอบรมตาม Training Need ของแต่ละตำแหน่งงาน ได้รับอบรมจริงหรือไม่ และอบรมในเวลาที่เหมาะสมหรือไม่ คือต้องไม่ล่าช้าหรือค้างนานจนทำให้เกิดความเสียหายในหน้าที่เพราะความไม่รู้ และความไม่เข้าใจ(Lack of Competence)

Audit ฝ่าย QA/QC
# ขอดูคู่มือคุณภาพหรือ QM ว่า Deploy มาให้และเป็นฉบับ Up-Date หรือไม่
# นโยบายที่ระบุในคู่มือคุณภาพหรือ QM ผู้จัดการฝ่าย QA/QCนั้นเข้าใจและนำไปปฎิบัติหรือไม่ อย่างไร
# นโยบายที่กำหนดให้ฝ่ายนำไปดำเนินการหรือไม่ อย่างไร
# ผู้จัดการฝ่าย เข้าใจเนื้อหาใจความของนโยบายคุณภาพอย่างไร ความเข้าใจมากน้อยเพียงใด และการมีส่วนร่วมจะไปตรวจสอบที่พนักงานโดยสุ่มถามหลายๆคนและหลายๆพื้นที่งาน
# ขอดูแผนผังองค์กรฝ่าย QA/QCว่าสอดคล้องกับแผนผังองค์กรรวมของทั้งองค์กรหรือไม่ Up-Date หรือไม่
# ตรวจสอบการสื่อสารต่างๆไปยังพนักงานทั่วถึงหรือไม่ พนักงานมีส่วนร่วมในระบบบริหารคุณภาพมากน้อยเพียงใด พนักงานมีความเข้าใจมากน้อยเพียงใด รู้หรือไม่ใครคือลูกค้าฝ่ายตน หรือคนที่รับงานต่อจากกระบวนการของตนคือใคร
# ขอดูประวัติการฝึกอบรมทั้งของผู้จัดการ หัวหน้างานและอาจสุ่มของพนักงานว่าได้รับการอบรมตามแผนและผู้ที่จำเป็นต้องรับการอบรมตาม Training Need ได้รับอบรมไปจริงหรือไม่ อบรมในเวลาที่เหมาะสมหรือไม่ ต้องไม่ล่าช้าหรือค้างนานจนทำความเสียหายในหน้าที่ด้วยความไม่รู้ ไม่เข้าใจ
# ขอดูค่า KPI ขอแต่ละฝ่าย QA/QC สามารถทำได้ตามเป้าหมายหรือไม่ กรณีทำไม่ได้มีแผนปฎิบัติการอย่างไร ไม่ใช่ปล่อยทิ้ง ไม่ได้เป้าหมายก็ไม่ได้ทำอะไร โดยเฉพาะเป้าหมายด้านคุณภาพ มีและเหมาะสมเพียงใด
# ถามถึงการติดตามสมรรถนะของกระบวนการต่างๆเกี่ยวกับ KPI มีแสดงถึงความคืบหน้าอย่างไร หรือไม่ มีการติดตามผลทุกเดือน และผลลัพท์เป็นอย่างไร
# การตั้งวัตถุประสงค์และเป้าหมายขึ้นมานั้นใช้อะไรเป็นตัวพิจารณา เป็นเป้าหมายรวมทั้งองค์กรหรือแยกเป็นฝ่ายๆ โดยการตั้งเป้าหมายสอดคล้องกับลักษณะงานที่ฝ่ายนั้นรับผิดชอบหรือไม่
# มีการทบทวนวัตถุประสงค์และเป้าหมายหรือไม่ ความถี่ในการทบทวน หรือทำการทบทวนเมื่อไรบ้าง
# อาจสุ่มสอบถามปัญหาหลักที่ถูกตรวจติดตามคุณภาพภายใน(IQA) รวมทั้งการเข้าร่วมประชุมงานทบทวนบริหารคุณภาพ(Management Review)ว่ามีส่วนร่วม เข้าใจและติดตามปัญหาอย่างไร เนื้อหาหลักๆทั้งหมดในสองหัวข้อนี้จะไปตรวจสอบเข้มที่ QMR อีกครั้ง หาก QA Manager เป็น QMR ด้วยก็สามารถตรวจสอบต่อไปในหัวข้อ IQA และ Management Review หากว่า QA Manager ไม่ใช่ QMR ก็ไม่ต้องตรวจหรือ Audit สองหัวข้อนี้
# ขอดูและควรนำแผนคุณภาพหรือ Quality Plans มาใช้ตรวจสอบทุกจุดทำงานจะพบสิ่งที่ฝ่ายทำไม่ได้หรือทำไม่สอดคล้องจริงหรือไม่ ตรวจสอบว่าแผนคุณภาพจัดทำใาถูกต้องหรือไม่
# บางแห่งทำเป็น QC Flow Chart ให้ขอดูและนำมาใช้ตรวจสอบทุกขั้นตอน เพราะ QC Flow Chart คือส่วนหนึ่งของแผนคุณภาพ
# ขอดูผลการตรวจและผลสรุปประจำวัน ประจำสัปดาห์และประจำเดือนของ Incoming Inspection
# ขอดูผลการตรวจและผลสรุปประจำวัน ประจำสัปดาห์และประจำเดือนของ In-Process Inspection
# ขอดูผลการตรวจและผลสรุปประจำวัน ประจำสัปดาห์และประจำเดือนของ Outgoing  Inspection หรือ Final Inspection
# ขอดู Check List หรือ Check Sheet ที่ใช้ในการตรวจสอบต่างๆ
# มีการทดสอบแบบเปรียบเทียบ(Comparative Test)หรือไม่
# ตรวจสอบ First Sample รวมทั้งการควบคุมดูแล Standard samples ว่าถูกวิธี ป้องกันการเสื่อมสภาพ มีการชี้บ่งชัดเจน และกำหนด Retention Time หรือไม่
# ตรวจสอบสิ่งต่างๆหรือประเภทที่มีอายุการจัดเก็บหรือ Shelf Life ว่าควบคุมดูแลอย่างไร
# ตรวจสอบการใช้แผนการสุ่มตัวอย่าง(Sampling Plan)ว่าถูกต้องตามหลักสถิติหริอไม่
# การใช้ Standard ประเภท ASTM, JIS, DIN, TIS หรือ มอก. มีการควบคุมเป็นแบบไร คัดลอกมาทำใหม่หรือควบคุมแบบเอกสารจากภายนอก (Outside Document Control)
ทำอย่างไร ขึ้นทะเบียนหรือไม่
# ตรวจสอบว่าทำงานตามระเบียบปฎิบัติ(Procedure) หรือไม่
# ตรวจสอบว่ามีคู่มือการทดสอบและการตรวจสอบ(WI และ Test Method)อะไรบ้าง
# ตรวจสอบการวัดค่าและค่าที่ทดสอบถูกต้องหรือไม่ รวมทั้งการลงค่านัยสำคัญ การบันทึกผลการตรวจสอบต่างๆครบถ้วนและถูกต้องหรือไม่
# ขอดูผลการตรวจสอบจากภายนอก เช่น ใบ COA (Certificate of Analysis)
# ให้ตรวจสอบการชี้บ่ง(Identification)เครื่องมือวัดทดสอบทุกชนิดที่มีผลต่อคุณภาพได้รับการสอบเทียบและควบคุมหรือไม่
# พนักงานQA/QC ใช้เครื่องมือถูกหลักการและระมัดระวังหรือไม่
# ตรวจสอบกรณีพบว่าเครื่องมือวัดและทดสอบเกิน Due ที่ต้องรับการสอบเทียบ สินค้าเหล่านั้นมีการจัดการ การเรียกคืน(Recall)อย่างไร
# ติดตามผลการปลดปล่อยสินค้า (Release Product) หลังจากแก้ไขสิ่งบกพร่องหรือเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
# ตรวจสอบหน้างานมีการแสดงสถานะ ติดป้ายหรือติดลาเบลหรือสติ๊กเกอร์หรือไม่ ผลการตรวจสอบเป็นอย่างไร ทั้ง QC Passed, QC Hold, QC Rejected ทำตามระเบียบหรือไม่
# วัตถุดิบ ชิ้นงาน สินค้ากึ่งสำเร็จรูป(Semi-Product) สินค้าสำเร็จรูป(Goods)ที่ผลลัพท์การตรวจสอบทั้ง QC Passed, Hold, Rejected จัดเก็บในพื้นที่ ที่กำหนดหรือไม่
# ให้ตรวจสอบกรณีอนุโลม(Concession) ทำตามวิธีการที่กำหนดหรือไม่ ใครอนุมัติ ตรงตามอำนาจการอนุมัติ(Authorization) หรือไม่
# ผลการอนุโลมมีซ้ำบ่อยครั้ง ปัญหาเกิดซ้ำๆ ได้รับการแก้ไขหรือไม่
# ตรวจสอบว่าการผลิตกับผลทดสอบเป็นไปตามมาตรฐาน ตามข้อกำหนดของลูกค้าหรือไม่
# กรณีสินค้าไม่ได้ตามข้อกำหนดหรือ Non-Conformity ทำตามที่กำหนดหรือไม่
# ขอดู Non-Conformity Record
# การทำให้สินค้ายอมรับจากลูกค้าทำอย่างไร มีการ Rework หรือ Repair หรือ Re-Grade หรือสุดท้ายเป็นของเสีย(Scrap) ทำอย่างไร บันทึกผลถูกต้องหรือไม่
# ขอดูผลการวิเคราะห์ปัญหาคุณภาพและบันทึกผลการประชุมด้านคุณภาพต่างๆ
# การวิเคราะห์ปัญหาใช้เครื่องมืออะไร ใช้หลักสถิติมาช่วยงานหรือไม่ และทำถูกต้องหรือไม่
# ขอดูรายการที่ลูกค้าเคลม
# ผลการตรวจสอบและการชี้บ่งต่างๆสามารถสอบกลับ(Traceability)ได้หรือไม่
# ขอดูผลการดำเนินการแก้ไขปัญหาคุณภาพด้านเคลม ทำอย่างไร มีค้างมากน้อยแค่ไหน
# ขอดูผลสะท้อน (Feed Back) จากลูกค้าและผลการวัดความพึงพอใจจากลูกค้าที่ร้องเรียนมาดำเนินการต่อเนื่องหรือไม่
# การสื่อสารกับลูกค้าทำอย่างไร ผลที่ได้เป็นอย่างไร หากลูกค้าร้องเรียนติดต่อกับใคร และติดต่อช่องทางใดได้บ้าง ใครรับผิดชอบ ต้องตอบกลับลูกค้าภายในกี่วันและตั้งเป็นค่า KPI ด้วยหรือไม่ ตั้งค่าแล้วทำได้จริงหรือไม่
# การประสานงานระหว่างฝ่ายQA/QC กับฝ่ายขายทำอย่างไร มีระเบียบและขั้นตอนอย่างไร ได้ทำตามที่ระบุหรือไม่
# มีลูกค้าจ้างทำสินค้าและนำวัสดุ รวมทั้งบรรจุภัณฑ์มาให้หรือไม่(ถือว่าเป็นสมบัติของลูกค้าหรือ Customer Property) หากมี ได้ดำเนินการอย่างไร มีการดูแลรักษาดีหรือไม่ กรณีพบชำรุดเสียหายได้มีการสื่อสารและแจ้งลูกค้าทราบหรือไม่
# เกณฑ์การคัดเลือกซัพพลายเออร์(Supplier)ด้านคุณภาพกำหนดหลักเกณฑ์ร่วมกับฝ่ายจัดซื้ออย่างไร ทั้งการคัดเลือก(Selection) การประเมินผล(Evaluate) ทำอย่างไร
การตัดเกรด(Rating) ด้านคุณภาพ ฝ่าย QA/QC ทำอย่างไร ตรวจสอบผลลัพท์ถูกต้องหรือไม่
# มีการประเมินซัพพลายเออร์(Supplier)และผู้รับเหมา(Contractor)และผู้รับเหมาช่วง(Sub-Contractor)ครบถ้วนหรือไม่ มีรายใหม่เข้ามารับการประเมินแล้วหรือยัง
# สุ่มตรวจสอบเอกสารฝ่ายQA/QC ให้ตรวจสอบว่ามีการขึ้นทะเบียนหรือไม่ มีการแจกจ่ายถูกต้องตามที่ระเบียบกำหนดหรือไม่ เอกสารที่จัดเก็บมีการชี้บ่งชัดเจนหรือไม่ และเก็บเข้าที่ถูกแฟ้ม ถูกจุดงานหรือไม่ หากมีการเปลี่ยนแปลงเอกสารฉบับใหม่ทำให้ถูกต้องหรือยัง และชุดเก่าเก็บออกจากจุดทำงานหรือยัง
# ตรวจสอบการปฎิบัติการแก้ไขปัญหาคุณภาพในฝ่ายมีอะไร ความคืบหน้าและ Action
# ตรวจสอบการปฎิบัติการป้องกันปัญหาคุณภาพในฝ่ายมีอะไร ความคืบหน้าและ Action
# มีการปรับปรุง(Continual improvement)อะไรบ้าง รวมทั้งกิจกรรมที่มาส่งเสริมด้านคุณภาพมีอะไรบ้าง คืบหน้าเพียงใด
# มีแผนงานอะไรบ้าง (Project Plans) ต่างๆ รวมทั้งแผนปฎิบัติการต่างๆ(Action Plans) ด้านคุณภาพ
# ให้ตรวจสอบเอกสารที่ระบุเวลาจัดเก็บแล้ว ทำจริงตามนั้นหรือไม่ การดูแลเอกสารดีหรือไม่ ถึงเวลาต้องทำลายเอกสารเก่านั้นดำเนินการหรือยัง
# ให้ตรวจสอบพนักงานทำงานที่สำเนาหรือถ่ายเอกสารใช้งานเอง (โอกาสสร้างปัญหาภายภาคหน้าได้) ให้ดูว่ามีการแอบถ่ายสำเนาใช้งานหรือไม่
# ให้ตรวจสอบการแก้ไขของใบNCR หรือ บางที่ใช้ใบ CAR เกี่ยวกับสิ่งที่ลูกค้าร้องเรียนและเคลมว่าการปฏิบัติการแก้ไขปัญหาให้ลูกค้ามีประสิทธิผลจริงหรือไม่ หากไม่ชัดเจนให้ออก CAR ซ้ำให้กับผู้ถูกตรวจประเมินหรือตรวจติดตาม (Auditee)
# ตรวจสอบดูบันทึกคุณภาพว่าทำตามระเบียบหรือไม่ จัดเก็บและดูแลรักษาดีหรือไม่
การลงบันทึกผลต่างๆครบถ้วนหรือไม่ อ่านออกหรือไม่


ตรวจสอบงานสอบเทียบที่ศูนย์หรือหน่วยงานสอบเทียบ (Calibration Center)
# ขอดู Calibration List
# ขอดู Calibration Record
# ตรวจสอบเครื่องมือวัดที่มีผลกับคุณภาพว่าทำรายการครบถ้วนหรือไม่ มีการสอบเทียบตามความถี่ที่กำหนดหรือไม่
# ขอดูประวัติเครื่องมือวัด มีรายละเอียดอย่างไร บันทึกข้อมูลครบถ้วนหรือไม่
# การสอบเทียบแบบภายใน(ทำเอง) มีส่งคนไปอบรมและมีความสามารถทำการสอบเทียบได้หรือไม่
# การสอบเทียบแบบภายใน มีการจัดทำคู่มือการสอบเทียบครบหรือไม่ มีตัวมาสเตอร์ (Master) ที่ใช้สอบเทียบหรือไม่
# การควบคุมตัวมาสเตอร์ (Master)ทำอย่างไร และต้องไม่พบการนำตัวมาสเตอร์ไปใช้งานวัดชิ้นงานหรือวัดทดสอบในโรงงาน
# ตรวจสอบห้องที่ใช้สอบเทียบมีความเป็นมาตรฐานตามที่ระบุหรือไม่ รวมทั้งการจัดเก็บ ดูแลรักษาตัว Master และอุปกรณ์เครื่องมือวัดต่างๆ
# การสอบเทียบในห้องสอบเทียบทำตามสภาวะ(Condition) หรือไม่ ควบคุมทั้งอุณหภูมิ ความชื้นอย่างไร
# นำรายชื่อเครี่องมือวัดที่สุ่มมาจากจุดงานต่างๆว่าสอบเทียบหรือไม่ ข้อมูลตรงจริงหรือไม่ ทั้งหมายเลข วันที่รับการสอบเทียบ วันครบกำหนดสอบเทียบ ชื่อรุ่น
# ตรวจสอบค่าหรือช่วงใช้งานได้รับการสอบเทียบครอบคลุมถึงหรือไม่และค่า Acceptance Criteria
# การกำหนดค่าสอบเทียบและความถี่ในการสอบเทียบสมเหตุผลและถูกต้องตามหลักวิชาการ หรือมาตรฐานการสอบเทียบหรือไม่ (Calibration Standard) เช่นเครื่องชั่ง(Balance)กำหนดสามปีรับการสอบเทียบหนึ่งครั้ง หรือบางอย่างกำหนดสอบเทียบปีละครั้ง แต่สภาพใช้งานแค่หกเดือนก็คลาดเคลื่อนไม่อาจยอมรับค่าได้
# ตรวจดูสภาพการใช้งานและโอกาสที่เครื่องเกิดผิดพลาดหรือ Out of Calibration
# ดูผลการทดสอบรวมทั้งใบรับรองและใบสอบเทียบจากภายนอกทั้งหมด(Calibration Certificate)
# การสอบเทียบและการบันทึกข้อมูลทั้ง Measuring Devices และ  Softwares
# มีการชี้บ่งเครื่องมือวัดครบทุกตัวหรือไม่ ติดลาเบลหรือสติ๊กเกอร์เหมาะสมหรือไม่ ชัดเจนอ่านออกหรือไม่ ไม่ลอก ไม่หลุด ไม่ล่วง หรือขนาดอักษรตัวเล็กเกินไป รวมทั้งสามารถสอบกลับได้หรือไม่


Audit ที่ QMR
# ขอดูคู่มือคุณภาพหรือ QM
# ขอดู Business Plans
# ขอดู Strategic Plans
# ตรวจสอบการ Deploy Quality Policy สื่อสารถึงพนักงานทั้งองค์กรหรือไม่
# นโยบายที่ระบุในคู่มือคุณภาพหรือ QMทุกฝ่ายนำไปดำเนินการหรือไม่ อย่างไร
# นโยบายคุณภาพกับการมีส่วนร่วมของพนักงานเป็นอย่างไร ให้ตรวจสอบที่พนักงานโดยสุ่มถามหลายๆคนและหลายๆพื้นที่งานนำมาประเมินผลลัพท์
# QMR ได้ดำเนินการรณรงค์ ส่งเสริมและรักษาระบบคุณภาพมากน้อยแค่ใด ทำอย่างไรบ้าง มีกิจกรรมและทีมงานใดบ้าง และผลลัพท์ที่ได้
# ขอดูแผนผังทั้งองค์กรและของทุกฝ่ายว่าสอดคล้องกับแผนผังองค์กรรวมของทั้งองค์กรหรือไม่ Up-Date หรือไม่
# ตำแหน่ง QMR กำหนดไว้ในแผนผังองค์กรหรือไม่ กำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบของ QMR ครบถ้วนหรือไม่
# มีการประกาศแต่งตั้ง QMR แล้วหรือยัง
# QMR มีคุณสมบัติเหมาะสมเพียงใด รับการอบรมครบถ้วนตามมาตรฐานหรือไม่
# การแต่งตั้ง QMR เป็นใคร จากฝ่ายใด เป็นระดับจัดการหรือไม่
# ตรวจสอบการสื่อสารต่างๆไปยังพนักงานทั่วถึงหรือไม่ พนักงานมีส่วนร่วมในระบบบริหารคุณภาพมากน้อยเพียงใด พนักงานมีความเข้าใจมากน้อยเพียงใด รู้หรือไม่ใครคือลูกค้าฝ่ายตน หรือคนที่รับงานต่อจากกระบวนการของตนคือใคร
# ขอดูประวัติการฝึกอบรมทั้งของ QMR และ Document Controller และอาจสุ่มของพนักงานว่าได้รับการอบรมตามแผนและผู้ที่จำเป็นต้องรับการอบรมตาม Training Need ได้รับอบรมไปจริงหรือไม่ อบรมในเวลาที่เหมาะสมหรือไม่ ต้องไม่ล่าช้าหรือค้างนานจนทำความเสียหายในหน้าที่ด้วยความไม่รู้ ไม่เข้าใจ
# ขอดูค่า KPI ของแต่ละฝ่าย สามารถทำได้ตามเป้าหมายหรือไม่ กรณีทำไม่ได้มีแผนปฎิบัติการอย่างไร ไม่ใช่ปล่อยทิ้ง ไม่ได้เป้าหมายก็ไม่ได้ทำอะไร โดยเฉพาะเป้าหมายด้านคุณภาพ มีและเหมาะสมเพียงใด
# การตั้งวัตถุประสงค์และเป้าหมายขึ้นมานั้นใช้อะไรเป็นตัวพิจารณา เป็นเป้าหมายรวมทั้งองค์กรหรือแยกเป็นฝ่ายๆ โดยการตั้งเป้าหมายสอดคล้องกับลักษณะงานที่ฝ่ายนั้นรับผิดชอบหรือไม่ สะท้อนในงานหลักขององค์กรหรือไม่และสามารถวัดผลได้
# มีการทบทวนวัตถุประสงค์และเป้าหมายหรือไม่ ความถี่ในการทบทวน หรือทำการทบทวน
เมื่อไรบ้าง


ตรวจสอบการทำ Internal Audit ที่ QMR
# แต่งตั้งทีมตรวจสอบภายใน(Internal Quality Audit Team)แล้วหรือยัง มีจำนวนไร จากฝ่ายใดบ้าง
# ทีมตรวจสอบภายใน(Internal Quality Audit Team)ได้รับการอบรมหลักสูตร Internal Quality Audit Course แล้วหรือยัง ครบทุกคน และผลการสอบผ่านหรือไม่ ตรวจสอบ Auditor Qualification?
# ขอดูว่าใครเป็นวิทยากรอบรมหลักสูตร ข้อสอบน่าเชื่อมั่นในประสิทธิผลหรือไม่ หากเป็นบริษัทที่ฝึกอบรมมักออกใบ Certificate ให้ขอดูว่าผู้เป็นผู้ตรวจสอบเข้ารับการอบรมจริงหรือไม่
# ขอดูแผนการตรวจติดตามคุณภาพภายใน (Internal Audit Plan)
# ขอดูการจัดทีมตรวจสอบว่ามีการ Bias หรือไม่ เหมาะสมหรือไม่ ห้ามตรวจสอบฝ่ายที่ผู้ตรวจสอบภายในรับผิดชอบ
# ขอดู Check List ที่ใช้ตรวจสอบว่าครบถ้วนหรือไม่ (ข้อนี้ผิดพลาดบ่อย ตกหล่นกันบ่อย โดนCAR จากผู้ตรวจสอบจากภายนอกหรือ CB เสมอๆ)
# ขอดูหลักฐานการไปตรวจสอบของทุกฝ่าย เช่นใบแจ้งการตรวจสอบ
# ขอดูผลการตรวจสอบตามแผนงานหรือไม่ กรณีไม่ได้ตรวจตามกำหนด มีการปรับแผนการตรวจสอบหรือยัง (Revise Audit Plan)
# ขอดูรายงานการตรวจสอบ (Audit Report)
# ขอดูข้อบกพร่องหรือ Corrective Action Requist หรือ CAR ว่าออกถูกต้องหรือไม่
# หลังการตรวจสอบมีการแจ้งไปให้ฝ่ายที่ต้องดำเนินการแก้ไขหรือไม่ และผลการแก้ไขแล้วเสร็จหรือไม่
# ขอดู Audit Log ว่ามีการปิด CAR ครบถ้วนหรือในเวลาที่เหมาะสมหรือยัง และลงบันทึกใบ CAR ครบถ้วนไม่มีตกหล่น
# มีการปิดCAR หรือปฎิบัติการแก้ไขแล้วเสร็จ ก่อนการประชุมทบทวนงานบริหารคุณภาพ(Management Review Meeting) หรือไม่


ตรวจสอบการประชุมทบทวนงานบริหารคุณภาพ(Management Review Meeting)ที่ QMR
# ขอดูรายงาน การประชุมทบทวนงานบริหารคุณภาพ(Management Review Meeting)ครั้งล่าสุดทำการประชุมเมื่อไร
# การประชุมงานทบทวนบริหารคุณภาพ ทำปีละกี่ครั้ง เป็นไปตามแผนงานหรือไม่ ขอดูแผนงานด้วย
# ในเนื้อหาของการประชุมงานทบทวนบริหารคุณภาพครบถ้วนตามข้อกำหนดหรือไม่
# ในวาระการประชุมมีข้อมูล สรุปผลและวิเคราะห์การตรวจติดตามคุณภาพภายในหรือไม่
มีวาระการประชุมคราวที่แล้วหรือไม่ และงานค้าง ข้อเสนอแนะของผู้บริหารระดับสูงได้ดำเนินการครบถ้วนหรือยัง มีความคืบหน้าอย่างไร
# ข้อร้องเรียนของลูกค้าและเคลม(Customer Complaint and Claim)ดำเนินการอย่างไร วิเคราะห์และสรุปผลอย่างไร ปัญหาได้รับการแก้ไขอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลหรือไม่
# รวมทั้งการวัดความพึงพอใจของลูกค้าหรือยัง(Customer Satisfaction)
# ตรวจสอบหลักฐานในใบCAR และเรื่องเคลมว่าดำเนินการปฎิบัติการแก้ไข (Corrective Action) แล้วเสร็จ ไม่ให้ปัญหาเกิดซ้ำ ใช้วิธีการได้ผลหรือไม่ (ไม่ใช่การเขียนแค่ให้ครบและปิดเรื่องเท่านั้น)
# ตรวจสอบหลักฐานในส่วนการป้องกันปัญหา(Preventive Action) ไม่ให้เกิดใหม่ ว่ามีประสิทธิผล(Effectiveness)หรือไม่ ตรวจสอบว่าปัญหาที่เคยเกิดได้สูญหานไป ไม่ปรากฎอีกเลยหรือไม่
# มีการประเมิน Supplier รวมทั้ง Out Source และ Sub-Contract แล้วหรือไม่ และวิเคราะห์แล้วหรือยัง สรุปและดำเนินหารอย่างไร
# มี Process Performance อย่างไร รวมทั้งการวิเคราะห์กระบวนการสำคัญๆ
# ข้อมูลนำเข้าต้องครบถ้วนหรือไม่ (ดูจาก Management Review Input)
# ส่วน Management Review Output  ให้ตรวจสอบว่าผู้บริหารระดับสูงมีข้อเสนอแนะใดบ้าง ผู้เกี่ยวข้องมีการนำไปดำเนินการต่อไปอย่างไร
# ขอดูและควรนำแผนคุณภาพหรือ Quality Plans มาใช้ตรวจสอบทุกจุดทำงาน
# ขอดูการปรับปรุงและประสิทธิผลในระบบบริหารคุณภาพ รวมทั้งกิจกรรมที่ช่วยปรับปรุงมีอะไรบ้าง เช่น 5ส QCC การทำ Benchmarking เป็นต้น
# ขอดู Human Resource Plans และ Facilities รวมทั้ง Resource Needs ต่างๆ
# ตรวจสอบบันทึกเชิญการประชุมงานทบทวนบริหารคุณภาพและผู้เข้าร่วมการประชุมครบถ้วนหรือไม่ อย่างไร
# ตรวจสอบการแจกจ่ายรายงานการประชุมงานทบทวนบริหารคุณภาพ(Management Review Meeting Report) ครบถ้วนหรือไม่ รวมทั้งการติดตามงานในระบบ QMS ของ QMR


ตรวจสอบงานควบคุมระบบเอกสาร ที่ Document Controller และที่ QMR ซึ่งดูแลงาน DCC
# ขอดู QM และการแจกจ่ายครบถ้วน Up-Date หรือไม่ ที่หน่วบงาน DCC (Document Control Center)
# ขอดู Master List ทั้งระบบ
# ขอดู Document Control Procedure และปฎิบัติตามที่เขียน ทำตามระบบหรือไม่โดยนำรายชื่อเอกสารที่จดไว้ตอนตรวจหน้างานจากทุกๆฝ่าย มาตรวจสอบกับ Master List
ว่าถูกต้องตรงกัน ครบถ้วนหรือไม่
# ขอดูการขึ้นทะเบียนเอกสารและการออก DAR (Document Action Request)
# ขอดูการควบคุมแบบ (Drawings)
# ขอดูการควบคุมแบบฟอร์มต่างๆ
# ขอดูหลักฐานการแจกจ่ายและการรับเอกสารต่างๆ
# ขอดู Distribution Lists
# ขอดูและตรวจสอบการอนุมัติเอกสาร (Document Authorization and Approval Process)
# ขอดูการทบทวนและการอนุมัติใหม่เกี่ยวกับเอกสารต่างๆ(Review and Re-Approval)
# ขอดูการแก้ไข การเปลี่ยนแปลงเอกสารต่างๆ(Change and Revise)
# ตรวจสอบการชี้บ่ง การจัดเก็บ การดูแลเอกสารในหน่วยงานควบคุมเอกสารทั้งการใส่เข้าแฟ้ม การทำดัชนีหรือ List การค้นหาสามารถเข้าถึงได้ในเวลาอันเหมาะสม (ไม่ใช่ให้ค้นหาที หายตัวไปเป็น ชั่วโมง หรือไปทำเพิ่มเติมก็มี)
# ให้ตรวจสอบเอกสารมีครบทุกจุดทำงานหรือไม่
# ให้ตรวจสอบมีการใช้เอกสารจากภายนอกและทำการควบคุมหรือไม่
# ให้ตรวจสอบการจัดการกับเอกสารที่ล้าสมัย(Obsolete) แล้วหรือยัง จัดเก็บออกจากพื้นที่ใช้งานจริงหรือไม่ และปะปนกันหรือไม่
# ดำเนินการกับเอกสารที่ครบอายุการจัดเก็บและนำไปทำลายตามวิธีการที่ระบุหรือไม่ อย่างไร


ตรวจสอบงานควบคุมบันทึกคุณภาพที่ Document Controller และที่ QMR
# ขอดู Record Control Procedure และปฎิบัติตามที่เขียน ทำตามระบบหรือไม่
# ตรวจสอบการชี้บ่ง(Identification) การจัดเก็บ การดูแลบันทึกต่างๆในหน่วยงานควบคุมเอกสารทั้งการใส่เข้าแฟ้ม  การค้นหาสามารถเข้าถึงได้ในเวลาอันเหมาะสม (ไม่ใช่ให้ค้นหาที หายตัวไปเป็น ชั่วโมง หรือไปนั่งคิดว่าจะทำเพิ่มเติมอย่างไร ไม่ให้โดน CAR จริงๆแล้วรับไปเถอะโยม มาทำตอนนี้ก็ไม่ทัน เพราะขาดการปฎิบัติหรือ  Implementation)
# ตรวจสอบว่าบันทึกคุณภาพลงข้อมูลครบถ้วน เขียนอ่านออกหรือไม่
# บันทึกคุณภาพมีการป้องกันความเสียหาย ตรวจดูว่า ไม่ฉีกขาดจนอยู่ในสภาพไม่ดี โดนน้ำจนยุ่ย ถูกปลวกแทะหรือไม่
# ตรวจสอบบันทึกคุณภาพว่าครบอายุการจัดเก็บหรือยัง (Retention Period) ให้เก็บออกจากพื้นที่ใช้งานจริง และไม่ปะปนกัน
# ดำเนินการกับบันทึกที่ครบอายุการจัดเก็บและนำไปทำลายตามวิธีการที่ระบุหรือไม่ อย่างไร


Audit ฝ่ายจัดซื้อ
# ขอดูคู่มือคุณภาพหรือ QM ว่า Deploy มาให้และเป็นฉบับ Up-Date หรือไม่
# นโยบายที่ระบุในคู่มือคุณภาพหรือ QMผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ นั้นเข้าใจและนำไปปฎิบัติหรือไม่ อย่างไร
# นโยบายที่กำหนดให้ฝ่ายนำไปดำเนินการหรือไม่ อย่างไร
#ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ เข้าใจเนื้อหาใจความของนโยบายคุณภาพอย่างไร ความเข้าใจมากน้อยเพียงใด และการมีส่วนร่วมจะไปตรวจสอบที่พนักงานโดยสุ่มถามหลายๆคนและหลายๆพื้นที่งาน
# ขอดูแผนผังองค์กรฝ่ายจัดซื้อ ว่าสอดคล้องกับแผนผังองค์กรรวมของทั้งองค์กรหรือไม่ Up-Date หรือไม่
# ตรวจสอบการสื่อสารต่างๆไปยังพนักงานทั่วถึงหรือไม่ พนักงานมีส่วนร่วมในระบบบริหาร คุณภาพมากน้อยเพียงใด พนักงานมีความเข้าใจมากน้อยเพียงใด รู้หรือไม่ใครคือลูกค้าฝ่ายตน หรือคนที่รับงานต่อจากกระบวนการของตนคือใคร
# ขอดูประวัติการฝึกอบรมทั้งของผู้จัดการ หัวหน้างานและอาจสุ่มของพนักงานว่าได้รับการอบรมตามแผนและผู้ที่จำเป็นต้องรับการอบรมตาม Training Need ได้รับอบรมไปจริงหรือไม่ อบรมในเวลาที่เหมาะสมหรือไม่ ต้องไม่ล่าช้าหรือค้างนานจนทำความเสียหายในหน้าที่ด้วยความไม่รู้ ไม่เข้าใจ
# ขอดูค่า KPI ของแต่ละฝ่าย สามารถทำได้ตามเป้าหมายหรือไม่ กรณีทำไม่ได้มีแผนปฎิบัติการอย่างไร ไม่ใช่ปล่อยทิ้ง ไม่ได้เป้าหมายก็ไม่ได้ทำอะไร โดยเฉพาะเป้าหมายด้านคุณภาพ มีและเหมาะสมเพียงใด
# ถามถึงการติดตามสมรรถนะของกระบวนการต่างๆเกี่ยวกับ KPI มีแสดงถึงความคืบหน้าอย่างไร หรือไม่ มีการติดตามผลทุกเดือน และผลลัพท์เป็นอย่างไร
# การตั้งวัตถุประสงค์และเป้าหมายขึ้นมานั้นใช้อะไรเป็นตัวพิจารณา เป็นเป้าหมายรวมทั้งองค์กรหรือแยกเป็นฝ่ายๆ โดยการตั้งเป้าหมายสอดคล้องกับลักษณะงานที่ฝ่ายนั้นรับผิดชอบหรือไม่
# มีการทบทวนวัตถุประสงค์และเป้าหมายหรือไม่ ความถี่ในการทบทวน หรือทำการทบทวนเมื่อไรบ้าง
# ตรวจสอบว่าฝ่ายจัดซื้อทำงานตามระเบียบปฎิบัติการจัดซื้อหรือไม่
# ขอดูและตรวจสอบ Supplier List หรือ Vendor List ว่าทำครบถ้วนหรือไม่ รายใหม่ๆได้มีการคัดเลือกเข้ามาตามระเบียบปฏิบัติหรือไม่
# ขอดูเกณฑ์การคัดเลือกซัพพลายเออร์ (Supplier  Selection)ทำถูกหลักเกณฑ์หรือไม่
# ขอดูการตัดเกรดเพื่อประเมิน Supplier ทั้งหมด
# ขอดูผลการประเมิน Supplier ทั้งหมดว่าผลการ Evaluate เป็นอย่างไร ทำตามระเบียบหรือไม่
# ขอดู Check List และรายงานที่ไปตรวจสอบ Supplier ทำได้ประสิทธิผลหรือไม่ สามารถควบคุม Supplier ได้หรือไม่
# ขอดูแผนการตรวจสอบ (Supplier Audit Plans) และมาตรการปรับปรุงคุณภาพร่วมกัน มีหรือไม่ และอย่างไร
# มีการประเมิน Supplier Capability อย่างไร
# กรณี Supplier ทำไม่ได้ตามเกณฑ์ ได้ดำเนินการอย่างไร มีการแก้ไขปรับปรุงหรือไม่และผลลัพท์เป็นอย่างไร
# ขอดูผลการวิเคราะห์ Supplier ว่าทำแล้วหรือไม่
# การสั่งซื้อของเป็นไปตามความต้องการหรือตรงตาม Requirement หรือ Specification หรือไม่
# ขอดูการ Complaint และการ Reject ของ Supplier ที่มีปัญหาด้านคุณภาพและการจัดการแก้ไข อย่างไร
# ขอดู Criteria ของการ Re-Evaluation มีหรือไม่ และทำอย่างไร
# ตรวจสอบการสื่อสารกับ Supplier มีวิธีการใด สื่อสารได้ผลดีหรือไม่ การตอบกลับล่าช้าหรือไม่
# การสั่งซื้อตาม Order List หรือใช้ Price List กับผลลัพท์เป็นอย่างไร
# ตรวจสอบการอนุมัติการสั่งซื้อเป็นไปตามระเบียบหรือไม่
# มีการติดตามงานสั่งซื้อหรือไม่ กรณีสั่งซื้อไม่ได้ แจ้งผู้เกี่ยวข้องหรือไม่ ประสานงานอย่างไร
# กรณีสั่งซื้อเร่งด่วน กระทำหรือไม่ ดำเนินการอย่างไร
# ตรวจสอบการอนุโลมว่าทำตามระเบียบปฎิบัติหรือไม่
# ขอดูผลการตรวจสอบ ทดสอบคุณภาพวัตถุดิบ ชิ้นงานต่างๆจาก Supplier
# สุ่มตรวจสอบใบ Certificate of Analysis ว่าถูกต้องจริงตามที่รับรองมาหรือไม่
# ให้นำผล Incoming Inspection จาก QA/QC มาสุ่มตรวจที่ฝ่ายจัดซื้อเพื่อตรวจสอบให้ได้ว่า Supplier ได้รับการคัดเลือกและ Approve เข้ามา และวัตถุดิบทุกครั้งที่เข้ามาได้รับการตรวจรับเข้าตามแผนการตรวจสอบคุณภาพของฝ่าย QA/QC หรือไม่
# ขอดูและตรวจสอบการอนุมัติเอกสาร (Document Authorization and Approval Process)
# ขอดูการทบทวนและการอนุมัติใหม่เกี่ยวกับเอกสารต่างๆ(Review and Re-Approval)
# ขอดูการแก้ไข การเปลี่ยนแปลงเอกสารต่างๆ(Change and Revise)
# ตรวจสอบการชี้บ่ง การจัดเก็บ การดูแลเอกสารในฝ่ายจัดซื้อ ทั้งการใส่เข้าแฟ้ม การทำดัชนีหรือ List มีหรือไม่
# ตรวจสอบการค้นหาเอกสารจัดซื้อสามารถเข้าถึง(Access)ได้ในเวลาอันเหมาะสมหรือไม่
# เอกสารมีครบทุกจุดทำงานหรือไม่
# มีการใช้เอกสารจากภายนอกและทำการควบคุมหรือไม่
# จัดการกับเอกสารที่ล้าสมัย(Obsolete) แล้วหรือยัง จัดเก็บออกจากพื้นที่ใช้งานจริงหรือไม่ และพบปะปนกันหรือไม่
# ดำเนินการกับเอกสารที่ครบอายุการจัดก็บและนำไปทำลายตามวิธีการที่ระบุหรือไม่ อย่างไร
 # ตรวจสอบการชี้บ่ง(Identification) การจัดเก็บ การดูแลบันทึกต่างๆในหน่วยงาน ทั้งการใส่เข้าแฟ้ม  การค้นหาสามารถเข้าถึงได้ในเวลาอันเหมาะสม
# ตรวจสอบว่าบันทึกคุณภาพลงข้อมูลครบถ้วน เขียนอ่านออกหรือไม่
# บันทึกคุณภาพมีการป้องกันความเสียหาย ตรวจดูว่า ไม่ฉีกขาดจนอยู่ในสภาพไม่ดี โดนน้ำจนยุ่ย ถูกปลวกกัดกินหรือไม่
# ตรวจสอบบันทึกคุณภาพว่าครบอายุการจัดเก็บหรือยัง (Retention Period) ให้เก็บออกจากพื้นที่ใช้งานจริง และไม่ปะปนกัน
# ดำเนินการกับบันทึกที่ครบอายุการจัดก็บและนำไปทำลายตามวิธีการที่ระบุหรือไม่ อย่างไร


Audit ฝ่าย HR
# ขอดูที่ผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรมนุษย์หรือฝ่ายบุคคล เริ่มจากคู่มือคุณภาพหรือ QM ว่า Deploy มาให้และเป็นฉบับ Up-Date หรือไม่
# นโยบายที่ระบุในคู่มือคุณภาพหรือ QMผู้จัดการ HR นั้นเข้าใจและนำไปปฎิบัติหรือไม่ อย่างไร
# นโยบายที่กำหนดให้ฝ่ายนำไปดำเนินการหรือไม่ อย่างไร
# ผู้จัดการฝ่าย เข้าใจเนื้อหาใจความของนโยบายคุณภาพอย่างไร ความเข้าใจมากน้อยเพียงใด และการมีส่วนร่วมจะไปตรวจสอบที่พนักงานโดยสุ่มถามหลายๆคนและหลายๆพื้นที่งาน
ขอดูแผนผังองค์กรรวมทั้งหมดและของฝ่ายต่างๆ ว่าสอดคล้องกับแผนผังองค์กรรวมของทั้งองค์กรหรือไม่ Up-Date หรือไม่
# ตรวจสอบการสื่อสารต่างๆไปยังพนักงานในฝ่าย HR ว่าทั่วถึงหรือไม่ พนักงานมีส่วนร่วมในระบบบริหารคุณภาพมากน้อยเพียงใดนักงานมีความเข้าใจมากน้อยเพียงใด รู้หรือไม่ใครคือลูกค้าฝ่ายตน หรือคนที่รับงานต่อจากกระบวนการของตนคือใคร
# ขอดูค่า KPI ของแต่ละฝ่าย สามารถทำได้ตามเป้าหมายหรือไม่ กรณีทำไม่ได้มีแผนปฎิบัติการอย่างไร ไม่ใช่ปล่อยทิ้ง ไม่ได้เป้าหมายก็ไม่ได้ทำอะไร โดยเฉพาะเป้าหมายด้านคุณภาพ มีและเหมาะสมเพียงใด
# การตั้งวัตถุประสงค์และเป้าหมายขึ้นมานั้นใช้อะไรเป็นตัวพิจารณา เป็นเป้าหมายรวมทั้งองค์กรหรือแยกเป็นฝ่ายๆ โดยการตั้งเป้าหมายสอดคล้องกับลักษณะงานที่ฝ่ายนั้นรับผิดชอบหรือไม่
# ถามถึงการติดตามสมรรถนะของกระบวนการต่างๆเกี่ยวกับ KPI มีแสดงถึงความคืบหน้าอย่างไร หรือไม่ มีการติดตามผลทุกเดือน และผลลัพท์เป็นอย่างไร
# มีการทบทวนวัตถุประสงค์และเป้าหมายหรือไม่ ความถี่ในการทบทวน หรือทำการทบทวนเมื่อไรบ้าง
# ตรวจสอบว่าฝ่าย HR ทำงานตามระเบียบปฎิบัติการหรือไม่
# ขอดูการทำ Training  Survey และ Training  Needs จากทุกฝ่ายที่ HR รวบรวมมาครบถ้วนหรือไม่
# นำมาออก Training Plans ใช้หลักเกณฑ์และพิจารณาอย่างใด แล้วเสร็จหรือไม่
# ขอดูประวัติการฝึกอบรมทั้งของผู้จัดการ หัวหน้างานและอาจสุ่มของพนักงานว่าได้รับการอบรมตามแผนและผู้ที่จำเป็นต้องรับการอบรมตาม Training Needs ได้รับอบรมไปจริงหรือไม่ อบรมในเวลาที่เหมาะสมหรือไม่ ต้องไม่ล่าช้าหรือค้างนานจนทำความเสียหายในหน้าที่ด้วยความไม่รู้ ไม่เข้าใจ ขาดทักษะ(Skill)และความสามารถ(Competence)หรือไม่
# ตรวจสอบแผนการอบรมแบบภายนอก(Ex-House training)ทำได้ตามแผนหรือไม่
# ตรวจสอบแผนการอบรมแบบภายใน(In-house Training)ทำได้ตามแผนหรือไม่
# กรณีแผนการอบรมทำไม่ได้ตามแผน มีการทบทวนและแก้ไขแผนหรือไม่ มีแผนรองรับอะไรบ้าง
# กรณีอบรมภายใน วิทยากรนั้น Qualify หรือไม่ ขอดูหลักสูตรและผลการสอนและการสอบต่างๆ
# ขอดู Certificate ที่ไปอบรมมามีหรือไม่ สามารถสอบกลับได้หรือไม่
# กรณีไม่มี Certificate หรือทำการอบรมภายในกันเอง มีวิธีการใดมั่นใจว่าได้ประสิทธิผลหรือไม่ มีการทดสอบพิเศษ หรือเรียกมาสัมภาษณ์หรือไม่ อย่างไร
# การอบรมภายในมีความพร้อมหรือไม่ ทั้งวิทยากร สถานที่ อุปกรณ์ และสิ่งอำนวยความสะดวก ดูว่าสภาพการฝึกอบรมมีมาตรฐานหรือไม่ หรือเพียงแค่อบรมให้ครบเท่านั้น หากสอบถามพนักงานจริงพบว่าไม่เข้าใจและไม่รู้เรื่องใดๆ หรืออบรมแล้วแต่ไม่เข้าใจหรือรับการถ่ายทอดได้น้อยมาก ไม่มีประสิทธิผลหรือไม่
# สุ่มตรวจสอบทั้ง Procedure, WI และกฎระเบียบว่าได้ทำตามกฎหมายหรือไม่
# ขอดูและตรวจสอบการอนุมัติเอกสาร (Document Authorization and Approval Process)
# ขอดูการทบทวนและการอนุมัติใหม่เกี่ยวกับเอกสารต่างๆ(Review and Re-Approval)
# ขอดูการแก้ไข การเปลี่ยนแปลงเอกสารต่างๆ(Change and Revise )
# ตรวจสอบการชี้บ่ง การจัดเก็บ การดูแลเอกสารในหน่วยงาน HR ทั้งการใส่เข้าแฟ้ม การทำดัชนีหรือ List การค้นหาสามารถเข้าถึงได้ในเวลาอันเหมาะสมหรือไม่
# เอกสารมีครบทุกจุดทำงานหรือไม่
# มีการใช้เอกสารจากภายนอกและทำการควบคุมหรือไม่
# จัดการกับเอกสารที่ล้าสมัย(Obsolete) แล้วหรือยัง จัดเก็บออกจากพื้นที่ใช้งานจริงหรือไม่ และพบว่าปะปนกันหรือไม่
# ดำเนินการกับเอกสารที่ครบอายุการจัดเก็บและนำไปทำลายตามวิธีการที่ระบุหรือไม่ อย่างไร
# ขอดู Training Record หรือประวัติการอบรมของพนักงาน โดยเอารายชื่อที่ไปสุ่มจากหน้างานมาสักสิบถึงยี่สิบคนว่าอยู่ในระบบหรือไม่ หรือชื่อยังอยู่แต่คนลาออกไปแล้ว หายตัวไปแล้ว
(ไม่ต้องขอดูรายการเงินเดือน เพราะเป็นความลับขององค์กร ดูเฉพาะประวัติและความสามารถในงานและหน้าที่เท่านั้น และปกติ HR จะทำแยกออกต่างหาก ป้องกันความลับรั่วไหล ระบบเอกชนต่างจากราชการ เพราะราชการมีเปิดเผยชัดเจนว่าใครได้เงินเดือนเท่าไร กว่าจะไตร่ขึ้นมาได้ บางท่านก็เลือดตาแทบกระเด็น แต่บั้นปลายชีวิตก็มั่นคงกว่า พนักงานโรงงานควรเก็บออมเงินไว้ยามชรา สรุปอย่าไปตรวจสอบเรื่องเงินเดือน เพราะ HR ก็คงไม่ให้ดู)
# ตรวจสอบการชี้บ่ง(Identification) การจัดเก็บ การดูแลบันทึกต่างๆในหน่วยงาน HR ทั้งการใส่เข้าแฟ้ม  การค้นหาสามารถเข้าถึงได้ในเวลาอันเหมาะสม
# ตรวจสอบว่าบันทึกคุณภาพลงข้อมูลครบถ้วน เขียนอ่านออกหรือไม่
# บันทึกคุณภาพมีการป้องกันความเสียหาย ตรวจดูว่า ไม่ฉีกขาดจนอยู่ในสภาพไม่ดี โดนน้ำจนยุ่ย ถูกปลวกกัดกินหรือไม่
# ตรวจสอบบันทึกคุณภาพว่าครบอายุการจัดเก็บหรือยัง (Retention Period) ให้เก็บออกจากพื้นที่ใช้งานจริง และไม่ปะปนกัน
# ดำเนินการกับบันทึกที่ครบอายุการจัดก็บและนำไปทำลายตามวิธีการที่ระบุหรือไม่ อย่างไร
# ประวัติพนักงานจัดเก็บตามกฎหมายกำหนดหรือไม่
# ตรวจสอบหลักฐานการสอนงานแบบ OJT ทำครบถ้วน เนื้อหาที่สอน ผู้สอน OK หรือไม่
# ตรวจสอบทุกหัวข้อที่ระบุใน JD มีการอบรมและหลักฐานแสดงให้เชื่อมั่นว่าทำครบถ้วนหรือไม่


ตรวจประเมินคลังสินค้าและสโตร์ (Warehouse and Store Audit)
# ขอดูที่ผู้จัดการฝ่าย เริ่มจากคู่มือคุณภาพหรือ QM ว่า Deploy มาให้และเป็นฉบับ Up-Date หรือไม่
# นโยบายที่ระบุในคู่มือคุณภาพหรือ QMผู้จัดการสโตร์และคลังสินค้า นั้นเข้าใจและนำไปปฎิบัติหรือไม่ อย่างไร
# นโยบายที่กำหนดให้ฝ่ายได้นำไปดำเนินการหรือไม่ อย่างไร
# ผู้จัดการฝ่าย เข้าใจเนื้อหาใจความของนโยบายคุณภาพอย่างไร ความเข้าใจมากน้อยเพียงใด และการมีส่วนร่วมจะไปตรวจสอบที่พนักงานโดยสุ่มถามหลายๆคนและหลายๆพื้นที่งาน
# ขอดูแผนผังองค์กรของฝ่ายว่าสอดคล้องกับแผนผังองค์กรรวมของทั้งองค์กรหรือไม่ Up-Date หรือไม่
# ตรวจสอบการสื่อสารต่างๆไปยังพนักงานของหน่วยงานสโตร์และคลังสินค้า ว่าทั่วถึงหรือไม่ # พนักงานมีส่วนร่วมในระบบบริหารคุณภาพมากน้อยเพียงใดนักงานมีความเข้าใจมากน้อยเพียงใด รู้หรือไม่ใครคือลูกค้าฝ่ายตน หรือคนที่รับงานต่อจากกระบวนการของตนคือใคร
# ขอดูค่า KPI ของแต่ละฝ่าย สามารถทำได้ตามเป้าหมายหรือไม่ กรณีทำไม่ได้มีแผนปฎิบัติการอย่างไร ไม่ใช่ปล่อยทิ้ง ไม่ได้เป้าหมายก็ไม่ได้ทำอะไร โดยเฉพาะเป้าหมายด้านคุณภาพ มีและเหมาะสมเพียงใด
# การตั้งวัตถุประสงค์และเป้าหมายขึ้นมานั้นใช้อะไรเป็นตัวพิจารณา เป็นเป้าหมายรวมทั้งองค์กรหรือแยกเป็นฝ่ายๆ โดยการตั้งเป้าหมายสอดคล้องกับลักษณะงานที่ฝ่ายนั้นรับผิดชอบหรือไม่
# ถามถึงการติดตามสมรรถนะของกระบวนการต่างๆเกี่ยวกับ KPI มีแสดงถึงความคืบหน้าอย่างไร หรือไม่ มีการติดตามผลทุกเดือน และผลลัพท์เป็นอย่างไร
# มีการทบทวนวัตถุประสงค์และเป้าหมายหรือไม่ ความถี่ในการทบทวน หรือทำการทบทวนเมื่อไรบ้าง
# ตรวจสอบว่าทำงานตามระเบียบปฎิบัติการและ คู่มือการทำงาน(Work Instruction: WI)หรือไม่
# ขอดูและตรวจสอบการอนุมัติเอกสาร (Document Authorization and Approval Process)
# ขอดูการทบทวนและการอนุมัติใหม่เกี่ยวกับเอกสารต่างๆ(Review and Re-Approval)
# ขอดูการแก้ไข การเปลี่ยนแปลงเอกสารต่างๆ(Change and Revise)
# ตรวจสอบการชี้บ่ง การจัดเก็บ การดูแลเอกสารในสโตร์และคลังสินค้า ทั้งการใส่เข้าแฟ้ม  การทำดัชนีหรือ List มีหรือไม่
# ตรวจสอบการค้นหาสามารถเข้าถึงได้ในเวลาอันเหมาะสมหรือไม่
# เอกสารมีครบทุกจุดทำงานหรือไม่
# มีการใช้เอกสารจากภายนอกและทำการควบคุมหรือไม่
# จัดการกับเอกสารที่ล้าสมัย(Obsolete) แล้วหรือยัง จัดเก็บออกจากพื้นที่ใช้งานจริงหรือไม่ และปะปนกันหรือไม่
# ดำเนินการกับเอกสารที่ครบอายุการจัดเก็บและนำไปทำลายตามวิธีการที่ระบุหรือไม่ อย่างไร
# ตรวจสอบการชี้บ่ง(Identification) การจัดเก็บ การดูแลบันทึกต่างๆในหน่วยงาน HR ทั้งการใส่เข้าแฟ้ม  การค้นหาสามารถเข้าถึงได้ในเวลาอันเหมาะสม
# ตรวจสอบว่าบันทึกคุณภาพลงข้อมูลครบถ้วน เขียนอ่านออกหรือไม่
# บันทึกคุณภาพมีการป้องกันความเสียหาย ตรวจดูว่า ไม่ฉีกขาดจนอยู่ในสภาพไม่ดี โดนน้ำจนยุ่ย ถูกปลวกกัดกินหรือไม่
# ตรวจสอบบันทึกคุณภาพว่าครบอายุการจัดเก็บหรือยัง (Retention Period) ให้เก็บออกจากพื้นที่ใช้งานจริง และไม่ปะปนกัน
# ดำเนินการกับบันทึกที่ครบอายุการจัดเก็บและนำไปทำลายตามวิธีการที่ระบุหรือไม่ อย่างไม่
# ไปตรวจสอบการเคลื่อนย้าย(Handling) ว่าถูกวิธีการหรือไม่ การยก การเคลื่อนย้ายอย่างระมัดระวังหรือไม่ การใช้แม่แรงขนย้ายและยกของถูกวิธีการหรือไม่
# เข้าไปดูพื้นที่ทำงานจริงว่ามีการจัดเก็บ(Storage)วัตถุดิบ วัสดุ ชิ้นงานและสินค้าสำเร็จรูปดีพอหรือไม่ เก็บเข้าที่ ไม่มีการปะปนกัน จัดกลุ่มจัดประเภทดี ไม่ก่อให้เกิดอันตรายด้วยหรือไม่ # หากมีการใช้ FIFO ให้ตรวจสอบเข้าก่อน จ่ายก่อนหรือไม่ ดูแลการจัดเก็บสารเคมีถูกวิธีการและมีใบ MSDS (Material Safety Data Sheet) อยู่จุดหน้างานหรือไม่ ข้อนี้ ISO14001 หรือ EMS ก็เน้นมาก ใน OHSAS18001 ก็เอาด้วย ใช้ทั้งสามมาตรฐานเลยละ!
ตรวจสอบการดูแล (Packaging) สภาพบรรจุภัณฑ์ไม่มีแตก หก รั่วไหล และเสียหายใดๆ
# การรักษา(Preservation)ทั้งในสโตร์ที่เก็บชิ้นงานรับเข้า และในคลังสินค้าที่เก็บผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ไม่ถูกทับหัก ปลวกไม่ขึ้น น้ำจากหลังคาไม่รั่วไหลลงมาทำความเสียหายหรือไม่ อย่างไร
# ตรวจสอบการส่งสินค้า(Delivery) ส่งสินค้าถูกวิธี สินค้าไม่ตกหล่นจากรถโฟคลิฟท์ หรือถูกชนเสียหาย หากระบุใช้ FIFO ก็ส่งตามลำดับหรือไม่ หากเป็น HACCP พวกอาหารก็ต้องควบคุมอุณหภูมิด้วยเพื่อไม่ให้สินค้าเสื่อมสภาพหรือบูดเสีย
# ตรวจสอบมีการควบคุมรถขนส่งหรือไม่ อย่างไร
# เข้าไปในพื้นที่จดล๊อตสินค้ามาหลายๆล๊อตพร้อมรายละเอียด รวมทั้งวัตถุดิบ ชิ้นงาน แล้วนำข้อมูลมาตรวจสอบได้ทั้งการตรวจรับเข้า(Incoming Inspection)มีหรือไม่ การตรวจขั้นตอนสุดท้าย (Outgoing หรือ Final Inspection) ของสินค้าทำกันหรือไม่ ซื้อวัตถุดิบจาก Approved Supplier List (ASL) หรือ Approved Vendor List (AVL) หรือไม่


Audit ฝ่ายวิศวกรรม เกี่ยวกับการออกแบบ(Design and Development)


# ขอดูคู่มือคุณภาพหรือ QM ว่า Deploy มาให้และเป็นฉบับ Up-Date หรือไม่
# นโยบายที่ระบุในคู่มือคุณภาพหรือ QM ผู้จัดการฝ่ายวิศวกรรมนั้นเข้าใจและนำไปปฎิบัติหรือไม่ อย่างไร
# นโยบายที่กำหนดให้ฝ่ายนำไปดำเนินการหรือไม่ อย่างไร
# ผู้จัดการฝ่าย เข้าใจเนื้อหาใจความของนโยบายคุณภาพอย่างไร ความเข้าใจมากน้อยเพียงใด และการมีส่วนร่วมจะไปตรวจสอบที่พนักงานโดยสุ่มถามหลายๆคนและหลายๆพื้นที่งาน
# ขอดูแผนผังองค์กรฝ่ายวิศวกรรมว่าสอดคล้องกับแผนผังองค์กรรวมของทั้งองค์กรหรือไม่ และ Up-Date หรือไม่
# ตรวจสอบการสื่อสารต่างๆไปยังพนักงานทั่วถึงหรือไม่ พนักงานมีส่วนร่วมในระบบบริหารคุณภาพมากน้อยเพียงใด พนักงานมีความเข้าใจมากน้อยเพียงใด รู้หรือไม่ใครคือลูกค้าฝ่ายตน หรือคนที่รับงานต่อจากกระบวนการของตนคือใคร
# ขอดูประวัติการฝึกอบรมทั้งของผู้จัดการ หัวหน้างานและอาจสุ่มของพนักงานว่าได้รับการอบรมตามแผนและผู้ที่จำเป็นต้องรับการอบรมตาม Training Need ได้รับอบรมไปจริงหรือไม่ อบรมในเวลาที่เหมาะสมหรือไม่ ต้องไม่ล่าช้าหรือค้างนานจนทำความเสียหายในหน้าที่ด้วยความไม่รู้ ไม่เข้าใจ
# ขอดูค่า KPI ขอแต่ละฝ่าย สามารถทำได้ตามเป้าหมายหรือไม่ กรณีทำไม่ได้มีแผนปฎิบัติการอย่างไร ไม่ใช่ปล่อยทิ้ง ไม่ได้เป้าหมายก็ไม่ได้ทำอะไร โดยเฉพาะเป้าหมายด้านคุณภาพ มีและเหมาะสมเพียงใด
# การตั้งวัตถุประสงค์และเป้าหมายขึ้นมานั้นใช้อะไรเป็นตัวพิจารณา เป็นเป้าหมายรวมทั้งองค์กรหรือแยกเป็นฝ่ายๆ โดยการตั้งเป้าหมายสอดคล้องกับลักษณะงานที่ฝ่ายนั้นรับผิดชอบหรือไม่
# ถามถึงการติดตามสมรรถนะของกระบวนการต่างๆเกี่ยวกับ KPI มีแสดงถึงความคืบหน้าอย่างไร หรือไม่ มีการติดตามผลทุกเดือน และผลลัพท์เป็นอย่างไร
# มีการทบทวนวัตถุประสงค์และเป้าหมายหรือไม่ ความถี่ในการทบทวน หรือทำการทบทวนเมื่อไรบ้าง
# อาจสุ่มสอบถามปัญหาหลักที่ถูกตรวจติดตามคุณภาพหลังล่าสุด
# ตรวจสอบว่าการทำงานของฝ่ายวิศวกรรมสอดคล้องกับระเบียบปฎิบัติ(Procedure)หรือไม่
# สอบถามที่มาของข้อมูลนำเข้า(Design Input) ที่จะนำมารวบรวมเพื่อใช้ในการออกแบบมาจากแหล่งใดบ้าง (Design Input Data) เช่น จากผู้บริหารให้ข้อมูลมา หรือจากลูกค้าแนะนำหรือร้องเรียน หรือได้จากการสำรวจตลาด(Market Survey) หรือได้ข้อมูลจากฝ่ายโรงงาน หรือได้จากภาครัฐ หรือจากที่อื่นๆ แล้วนำข้อมูลมาทำการสังเคราะห์อย่างไร
# ข้อมูลที่ได้เป็นข้อมูลดิบ(Raw Data) หลังการสังเคราะห์แล้วออกมาเป็นข้อมูลเชิงวิศวกรรม(Engineering Data)ทำอย่างไรต่อไป ใครรับผิดชอบ
# ขอดูแผนงานการออกแบบ ทำตามแผนงานหรือไม่ มีความล่าช้าหรือไม่
# ตรวจสอบการทำต้นแบบ ปฎิบัติตามที่กำหนดหรือไม่
# ตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงการออกแบบ (Design Change)ปฎิบัติตามที่กำหนดหรือไม่
# ตรวจสอบมีการออกใบหรือเอกสารการเปลี่ยนแปลงทางวิศวกรรม (Engineering Change)หรือไม่
# แจกจ่ายและนำส่งแบบ(Drawing) ให้กับผู้เกียวข้องหรือไม่ ครบถ้วนหรือไม่ และนำส่งแบบด้วยวิธีการใด
# การเปลี่ยนแปลงการออกแบบเป็น Major Change หรือ Minor Change มีข้อกำหนดอย่างไร
# การเปลี่ยนแปลงทำไปกี่ครั้งและผลลัพท์นั้นใครเป็นผู้ทบทวน (Design Review)
# ตรวจสอบการ Verify ในการออกแบบว่าผลลัพท์เป็นอย่างไร และใครเป็นผู้พิจารณาอนุมัติ
# หากผลการ Verify ไม่ได้ มีแผนการอย่างไร
# ขั้นตอนการพิจารณาอนุมัติ Design Verify ผู้ที่เกี่ยวข้องหรือผู้ที่ออกแบบหรือลูกค้า หรือฝ่ายขาย มีส่วนร่วมหรือไม่ มีการกำหนดไว้ในระเบียบปฎิบัติตรงกับการทำงานจริงหรือไม่ อย่างไร
# ตรวจสอบการ Validation ในการออกแบบว่าได้จริงหรือไม่ และออกมาเป็น Design Output ตรงตามที่ต้องการหรือไม่ และใครเป็นผู้พิจารณาอนุมัติ
# ให้ดูว่าเป็นการออกแบบ(Design) หรือว่าเป็นการพัฒนา(Development) ทำการออกแบบที่ไหน มีบริษัทแม่ทำให้ หรือลูกค้าออกแบบมาให้ และมีการควบคุมอย่างไร
# ระหว่างการออกแบบมีการประสานงานผู้เกี่ยวข้อง ผู้รับเหมาหรือซัพพลายเออร์อย่างไร
รวมทั้งเครื่องมือ อุปกรณ์ แม่พิมพ์(ถ้ามี) และการทดลองทำ ทดลองประกอบ(ถ้ามี) และการ
ตรวจสอบกำหนดไว้อย่างไร ทำตามที่ระบุหรือไม่
# ขอดูและตรวจสอบการอนุมัติเอกสาร (Document Authorization and Approval Process)
# ขอดูการทบทวนและการอนุมัติใหม่เกี่ยวกับเอกสารต่างๆ(Review and Re-Approval)
# ให้สุ่มตรวจดูการแก้ไข การเปลี่ยนแปลงเอกสารต่างๆ(Change and Revise)
# ตรวจสอบการชี้บ่ง การจัดเก็บ การดูแลเอกสารในฝ่าย ทั้งการใส่เข้าแฟ้ม การทำดัชนีหรือ List มีหรือไม่
# ตรวจสอบการค้นหาสามารถเข้าถึงได้ในเวลาอันเหมาะสมหรือไม่
# เอกสารมีครบทุกจุดทำงานหรือไม่
# มีการใช้เอกสารจากภายนอกและทำการควบคุมหรือไม่
# จัดการกับเอกสารที่ล้าสมัย(Obsolete) แล้วหรือยัง จัดเก็บออกจากพื้นที่ใช้งานจริงหรือไม่ และปะปนกันหรือไม่
# ดำเนินการกับเอกสารที่ครบอายุการจัดก็บและนำไปทำลายตามวิธีการที่ระบุหรือไม่
# ตรวจสอบการชี้บ่ง(Identification) การจัดเก็บ การดูแลบันทึก(Record)ต่างๆในหน่วยงานวิศวกรรม ทั้งการใส่เข้าแฟ้ม การค้นหาสามารถเข้าถึงได้ในเวลาอันเหมาะสม
# ตรวจสอบว่าบันทึกคุณภาพลงข้อมูลครบถ้วน เขียนอ่านออกหรือไม่
# บันทึกคุณภาพมีการป้องกันความเสียหาย ตรวจดูว่า ไม่ฉีกขาดจนอยู่ในสภาพไม่ดี โดนน้ำจนยุ่ย ถูกปลวกกัดกินหรือไม่
# ตรวจสอบบันทึกคุณภาพว่าครบอายุการจัดเก็บหรือยัง (Retention Period) ให้เก็บออกจากพื้นที่ใช้งานจริง และไม่ปะปนกัน

Audit ฝ่ายขายและฝ่ายการตลาด
# ขอดูคู่มือคุณภาพหรือ QM ว่า Deploy มาให้และเป็นฉบับ Up-Date หรือไม่
# นโยบายที่ระบุในคู่มือคุณภาพหรือ QMผู้จัดการฝ่าย นั้นเข้าใจและนำไปปฎิบัติหรือไม่ อย่างไร
# นโยบายที่กำหนดให้ฝ่ายนำไปดำเนินการหรือไม่ อย่างไร
#ผู้จัดการฝ่าย เข้าใจเนื้อหาใจความของนโยบายคุณภาพอย่างไร ความเข้าใจมากน้อยเพียงใด และการมีส่วนร่วมจะไปตรวจสอบที่พนักงานโดยสุ่มถามหลายๆคนและหลายๆพื้นที่งาน
# ขอดูแผนผังองค์กรฝ่าย ว่าสอดคล้องกับแผนผังองค์กรรวมของทั้งองค์กรหรือไม่ Up-Date หรือไม่
# ตรวจสอบการสื่อสารต่างๆไปยังพนักงานทั่วถึงหรือไม่ พนักงานมีส่วนร่วมในระบบบริหาร คุณภาพมากน้อยเพียงใด พนักงานมีความเข้าใจมากน้อยเพียงใด รู้หรือไม่นอกจากลูค้าภายนอกแล้ว ใครคือลูกค้าภายในฝ่ายตน หรือคนที่รับงานต่อจากกระบวนการของตนคือใครบ้าง
# ขอดูประวัติการฝึกอบรมทั้งของผู้จัดการ หัวหน้างานและอาจสุ่มของพนักงานว่าได้รับการอบรมตามแผนและผู้ที่จำเป็นต้องรับการอบรมตาม Training Need ได้รับอบรมไปจริงหรือไม่ อบรมในเวลาที่เหมาะสมหรือไม่ ต้องไม่ล่าช้าหรือค้างนานจนทำความเสียหายในหน้าที่ด้วยความไม่รู้ ไม่เข้าใจ
# ขอดูค่า KPI ของฝ่าย สามารถทำได้ตามเป้าหมายหรือไม่ กรณีทำไม่ได้มีแผนปฎิบัติการอย่างไร ไม่ใช่ปล่อยทิ้ง ไม่ได้เป้าหมายก็ไม่ได้ทำอะไร โดยเฉพาะเป้าหมายด้านคุณภาพ มีและเหมาะสมเพียงใด
# ถามถึงการติดตามสมรรถนะของกระบวนการต่างๆเกี่ยวกับ KPI มีแสดงถึงความคืบหน้าอย่างไร หรือไม่ มีการติดตามผลทุกเดือน และผลลัพท์เป็นอย่างไร
# การตั้งวัตถุประสงค์และเป้าหมายขึ้นมานั้นใช้อะไรเป็นตัวพิจารณา เป็นเป้าหมายรวมทั้งองค์กรหรือแยกเป็นฝ่ายๆ โดยการตั้งเป้าหมายสอดคล้องกับลักษณะงานที่ฝ่ายนั้นรับผิดชอบหรือไม่
# มีการทบทวนวัตถุประสงค์และเป้าหมายหรือไม่ ความถี่ในการทบทวน หรือทำการทบทวนเมื่อไรบ้าง
# ตรวจสอบว่าฝ่ายทำงานตามระเบียบปฎิบัติการหรือไม่ จัดทำระเบียบปฎิบัติเรื่องใดบ้าง การทำงานตรงกับที่เขียนหรือกำหนดหรือไม่
# ขอดูและตรวจสอบ Customer List ว่าทำครบถ้วนหรือไม่ รายใหม่ๆได้มีการพิจารณาตามระเบียบปฏิบัติหรือไม่
# ขอดูเกณฑ์การให้สินเชื่อกับลูกค้าทำถูกหลักเกณฑ์หรือไม่ ใครเป็นผู้มีอำนาจอนุมัติ
# ขอดูแผนการสำรวจตลาด(Marketing Survey) ข้อมูลที่ได้ดำเนินการอย่างไรต่อไป
# ขอดูแผนการตลาด(Marketing Plan) มีการวิเคราะห์อะไร อย่างไร
# ขอดูแผนการขาย (Sale Plan) มีการวิเคราะห์อะไร อย่างไร จะทำอย่างไรให้บรรลุตามแผนที่ตั้งไว้
# มีการลดราคา หรือจำหน่ายแบบ Re-Grade และลูกค้ายอมรับหรือไม่
# ขอดูการสำรวจความพึงพอใจของลูกค้า ทำโดยใคร ทำร่วมกับใครบ้าง มีการวิเคราะห์ผลอย่างไร ผลที่ได้ นำไปปฎิบัติหรือออกแผนงานอะไรบ้าง
# การรับคำสั่งซื้อจากลูกค้าด้วยวิธีการใดบ้าง มีการยืนยันคำสั่งซื้อหรือไม่
# กรณีลูกค้าสั่งสินค้าเร่งด่วน ทำอย่างไรและผลการดำเนินการที่ผ่านมา ลูกค้าพอใจ หรือร้องเรียนอะไรบ้าง
# ขอดูการ Complaint และการ Reject ของสินค้า ที่มีปัญหาด้านคุณภาพ รวมทั้งปัญหาอื่นๆ เช่นการขนส่งล่าช้า การขนส่งทำให้สินค้าเสียหาย การส่งของไม่ครบจำนวนและการจัดการแก้ไข อย่างไร
# ขอดู Criteria ของการให้ หรือไม่ให้สินเชื่อกับลูกค้าแต่ละราย มีหรือไม่ และทำอย่างไร
# ตรวจสอบการสื่อสารกับลูกค้า มีวิธีการใด สื่อสารได้ผลดีหรือไม่ การตอบกลับล่าช้าหรือไม่
# การรับคำสั่งซื้อ(Order) พิจารณาจากอะไรบ้าง เช่น จำนวนวันที่ต้องส่งสินค้า จำนวนสินค้า ความสามารถของโรงงานที่จะผลิตและตอบสนอง(Capable Ability)ได้หรือไม่ จำนวนเครื่องจักร สต๊อกวัตถุดิบ รวมทั้งระยะเวลา(Lead Time)ที่ต้องสั่งซื้อวัตถุดิบ อื่นๆ สิ่งเหล่านีให้ตรวจสอบ ไม่ใช่เซลล์รับคำสั่งซื้อมา แต่โรงงานไม่สามารถทำให้ได้
# ตรวจสอบการอนุมัติการขายเป็นไปตามระเบียบหรือไม่
# มีการติดตามงานสั่งขายหรือไม่  แจ้งผู้เกี่ยวข้องหรือไม่ ประสานงานอย่างไร ทั้งลูกค้า ฝ่ายผลิต ฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายวิศวกรรม(หากมีเรื่องการออกแบบด้วย) รวมทั้งการตรวจสอบและจำนวนวันที่ต้องทดสอบ
# กรณีลูกค้าปฎิเสธไม่รับสินค้า ดำเนินการอย่างไร
# ตรวจสอบการขาย ว่าใช้ Price List หรือไม่ และทำตามระเบียบปฎิบัติหรือไม่
# ขอดูผลการตอบกลับจากลูกค้า หลังการดำเนินการแก้ไขสิ่งที่ลูกค้าร้องเรียนมา และการดำเนินการเสร็จสมบูรณ์จริงหรือไม่
# สุ่มตรวจสอบใบหรือบัญชีใบส่งสินค้า(Invoice) ว่าถูกต้อง ทั้งรายละเอียดและสิ่งที่ลูกค้าระบุมา
# กรณีโรงงานผลิตสินค้า หรือให้บริการไม่ได้ตามข้อตกลงกับลูกค้า ดำเนินการอย่างไร ใครเป็นผู้แจ้งลูกค้าทราบ
# ลูกค้ามีการสั่งสินค้าหรือออก Order ล่วงหน้าหรือไม่ ต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง ใครเป็นผู้ประสานงาน
# การขายสินค้าแบบเข้าประมูล หรือขายให้กับหน่วยงานราชการ มีหรือไม่ ผลลัพท์และอุปสรรคใดบ้าง
# ขอดูสินค้าตัวอย่าง และมีการดูแล ควบคุมอย่างไร
# กรณีสินค้ายังไม่ผ่านขั้นตอนรับรอง มอก. และเป็นมาตรฐานบังคับตามกฎหมาย แต่ลูกค้าต้องการสินค้าแล้ว จะทำอย่างไร (ผู้เขียนตอบให้ว่า ต้องรอใบอนุญาตก่อน มิฉะนั้นเท้าข้างหนึ่งของคุณไปอยู่ที่บางขวาง หรือคลองเปรม หรือถูกส่งไปไกลหน่อยที่ลาดยาว จ.นครสวรรค์แล้ว สมัยที่อยู่โรงงาน ก็มีพีๆจาก สมอ.(ที่ทำงานเก่าของผู้เขียน) มาตรวจสอบ มอก. พบปะกันเสมอ ก็ต้องขอขอบคุณในน้ำใจและความช่วยเหลือมาตลอด ช่วงที่ทำงานอยู่ชลบุรี และระยอง ก็มีเรื่องตลกเกี่ยวกับ มอก. ไว้วันหน้าจะมาเล่าให้ฟัง)
# มี พรบ. เกี่ยวกับความรับผิดชอบในผลิตภัณฑ์ที่ก่อให้เกิดอันตรายกับลูกค้า ฝ่ายขายมีวิธีการอย่างไรบ้างกับ PL Law (Product Liability)
# ลูกค้ามีข้อตกลงว่าสินค้าต้องไม่มีสารต้องห้ามเกินกว่าปริมาณที่กำหนด มีการออกใบรับรองหรือไม่ และมีการสุ่มตรวจสอบผลลัพท์บ้างหรือไม่ หากสินค้าไม่เป็นไปตามข้อกำหนด (Non-Conformity) จะดำเนินการอย่างไร
# มีวิธีการเรียกคืนสินค้า(Recall) หรือไม่ อย่างไร
# มีContract Agreement ใดๆ ที่ทำกับบริษัทอื่นหรือไม่ สินค้าผลิตภายในทั้งหมด หรือว่าจ้างภายนอกช่วยผลิต ผลลัพท์เป็นอย่างไร สามารถส่งสินค้าได้ตามที่ต้องการหรือไม่ กรณีไม่ได้ มีแผนปฎิบัติการอย่างไร
# ขอดู แผนการประมาณการสินค้า (Sale Forecast)  พิจารณาจากอะไรบ้าง ผลลัพท์ใกล้เคียงกับจริง(Actual) หรือไม่  หากคลาดเคลื่อนตลอดจะดำเนินการอย่างไร
# การทำข้อตกลงกับลูกค้า มีการทบทวนอย่างไร กรณีลูกค้าเป็นฝ่ายขอแก้ไขสัญหา ทำอย่างไร ใครเป็นผู้อนุมัติ
# ขอดูและตรวจสอบการอนุมัติเอกสาร (Document Authorization and Approval Process)
# ขอดูการทบทวนและการอนุมัติใหม่เกี่ยวกับเอกสารต่างๆ(Review and Re-Approval)
# ขอดูการแก้ไข การเปลี่ยนแปลงเอกสารต่างๆ(Change and Revise)
# ตรวจสอบการชี้บ่ง การจัดเก็บ การดูแลเอกสารในฝ่าย ทั้งการใส่เข้าแฟ้ม การทำดัชนีหรือ List มีหรือไม่
# ตรวจสอบการค้นหาเอกสาร สามารถเข้าถึง(Access)ได้ในเวลาอันเหมาะสมหรือไม่
# เอกสารมีครบทุกจุดทำงานหรือไม่
# มีการใช้เอกสารจากภายนอกและทำการควบคุมหรือไม่
# จัดการกับเอกสารที่ล้าสมัย(Obsolete) แล้วหรือยัง จัดเก็บออกจากพื้นที่ใช้งานจริงหรือไม่ และพบปะปนกันหรือไม่
# ดำเนินการกับเอกสารที่ครบอายุการจัดก็บและนำไปทำลายตามวิธีการที่ระบุหรือไม่ อย่างไร
 # ตรวจสอบการชี้บ่ง(Identification) การจัดเก็บ การดูแลบันทึกต่างๆในหน่วยงาน ทั้งการใส่เข้าแฟ้ม  การค้นหาสามารถเข้าถึงได้ในเวลาอันเหมาะสม
# ตรวจสอบว่าบันทึกคุณภาพลงข้อมูลครบถ้วน เขียนอ่านออกหรือไม่
# บันทึกคุณภาพมีการป้องกันความเสียหาย ตรวจดูว่า ไม่ฉีกขาดจนอยู่ในสภาพไม่ดี โดนน้ำจนยุ่ย ถูกปลวกกัดกินหรือไม่
# ตรวจสอบบันทึกคุณภาพว่าครบอายุการจัดเก็บหรือยัง (Retention Period) ให้เก็บออกจากพื้นที่ใช้งานจริง และไม่ปะปนกัน
# ดำเนินการกับบันทึกที่ครบอายุการจัดก็บและนำไปทำลายตามวิธีการที่ระบุหรือไม่ อย่างไร



ภาพถ่ายจากห้าง Terminal 21, Asok, Bangkok
แต่ละชั้นของห้าง จัดแต่งรูปแบบต่างประเะทศ
เราบรรดารากหญ้า คิดเสียว่าไปสัมผัสบรรยากาศ
ใครมีตังค์ ก็บินไปต่างประเทศ

วันนี้นอกจากเรื่องคุณภาพ ขอพูดถึงเรื่องเกี่ยวกับความปลอดภัยและอุบัติเหตุสักนิด ผู้เขียนจึงเตือนมายังผู้ประกอบการที่ยังไม่เข้าใจ หรือไม่ทราบ อย่างน้อยก็เป็นความรับผิดชอบต่อสังคมก็ยังได้

* ผู้เขียนขอแนะนำทุกๆบริษัท โดยเฉพาะของคนไทย ควรมีผู้บริหารไปอบรม จป.ผู้บริหาร และส่งพนักงานไปอบรม เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยระดับหัวหน้างาน มิฉะนั้นเวลาเกิดอุบัติเหตุ และเรื่องเข้าถึงกองทุนเงินทดแทน เจ้าหน้าที่จะมาตรวจสอบที่สถานประกอบการ ที่ไม่มี จปว. จะเรียกขอ หรือขอดูการอบรมของผู้บริหารและของหัวหน้างานเกี่ยวกับความปลอดภัย หากไม่มีหรือไม่ถูกต้องตามกฎหมาย จะถูกปรับเป็นเงินมากโข เรียกว่าหลายแสนบาทก็มีแล้ว จัดอบรมดีกว่า เวลาเกิดเรื่องจะได้ไม่ยุ่งยาก ยิ่งอะไรที่เกี่ยวกับราชการ หรือกฎหมาย เรียกว่าเหนื่อยมากๆ

* ยิ่งโรงงานหรือบริษัทที่มีพนักงานตั้งแต่ 100 คน (ไม่ใช่ทำบุญร้อยวันนะ แต่เกิดอุบัติขึ้นมา ก็ใช่เลย)
ต้องมีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยวิชาชีพ หรือ จปว. รวมทั้งบริษัท ที่มีผู้บริหารกลุ่มเดียวกัน หรือมีหลายโรงงานในรั๊วเดียวกัน นับจำนวนพนักงานรวมกันครบ 100 คน ก็เข้าข่าย ลักษณะแบบนี้ยังมีอีกหลายแห่ง หากเกิดอุบัติเหตุ จะถุกตรวจสอบเข้ม และปรับหนักพอสมควร ทำให้ถุกต้อง ปลอดภัยและสบายใจ

* ปัจจุบันโรงงานญี่ปุ่นมาตั้งที่ไทย มักมีพนักงานไม่ถึง 50 คน ไม่ต้องมีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยด้านเทคนิค ไม่ต้องมี จปว. มักเป็นโรงงานขนาดเล็ก ผลิตชิ้นส่วน หรือ สินค้า ส่งกลับไปให้บริษัทแม่ที่ญี่ปุ่น
แต่นิยมใช้เครื่องที่อัตโนมัติมากขึ้น พนักงานหนึ่งคน คุม 6-8 เครื่องจักรที่ใช้ผลิต ไม่เหมือนแต่ก่อน หนึ่งเครื่องใช้คนคุม 3-4 คน ข้อดีโรงงานญี่ปุ่น คือ เน้น 5 ส และตระหนักถึงเรื่องอุบัติเหตุ เราควรนำสิ่งดีๆมาประยุกต์ใช้กับพนักงานคนไทย

ยังเขียนไม่เสร็จ เขียนต่อคราวหน้า


ผู้เขียนมานั่งที่ร้าน Mc Donald ได้ใช้สถานที่นี้เขียนบทความลง Bloggerชื่อ McQMR
ส่วนเพิ่มเติม :

Q&A: วันนี้ผู้เขียนขอนำคำถามมาให้ศึกษา สามารถนำกลับไปคิดทบทวนและแปลงออกมาเป็นคำถามใน Check List เพื่อให้ Check List มีความยืดหยุ่นและปรับใช้งาน ไม่ใช่ไปตรวจกี่ครั้ง ก็คำถามเดิมๆ จึงต้องมีคำถามใหม่ๆไว้ปรับปรุงระบบ เหมาะสมกับสถานการณ์ ข้างล่างเป็นคำถามจากที่ต่างๆและมุมมองที่ผู้เขียนตอบไว้ มีดังนี้
1 น้องจากมหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตสนามจันทน์ต้องการรู้ว่า GMP คืออะไร ทำโรงงานผลิตอาหารต้องรู้ไหม

ผู้เขียน ขอให้อ่านพื้นฐานจาก ISO 9001 ก่อน ( http://quality1996-quality1996.blogspot.com/)
จากนั้นให้ศึกษาจากเวบบล๊อคอธิบายเกี่ยวกับ มาตรฐาน GMP/HACCP/ISO22000 สามารถดูจากลิงค์ (link)   http://qualitysolving.blogspot.com/ ทำโรงงานผลิตอาหารต้องรู้และได้ใช้งานแน่นอน

2 น้อง BioTechnology จากลาดกระบัง ต้องการรู้ว่า GMP ให้ทำตามคำแนะนำข้อที่ 1 สงสัยถามมาใหม่ อนาคตผู้เขียนจะหาเวลาใช้สไก๊ท์ (Skyte) เพื่อลดค่าใช้จ่ายให้กับน้องๆ โรงงานที่น้องทั้งสองไปสัมภาษณ์นั้น ทำทั้งสามระบบการจัดการครับ ทั้งสองคนต้องได้ใช้งานแน่นอน ให้ขนขวายศึกษาครับ
หมายเหตุ สามระบบ หมายถึง ระบบบริหารคุณภาพ ระบบบริหารสิ่งแวดล้อม ระบบบริหารอาชีวอนามัยและความปลอดภัย

3 น้อง DC จากโรงงานกระจก ถามมาเรื่องลงชื่อกับตราประทับ โดยตราประทับเป็นการแสดงสถานะ ในข้อกำหนด ISO9001 Version 2008 ระบุไว้ให้ปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง การลงลายมือแล้วประทับตรา มีผลทางกฎหมายด้วย ในทางกลับกันมีแต่ตราประทับไม่มีลายมือ ไม่มีผลทางกฎหมาย แต่กฎหมายยอมให้พิมพ์ลายนิ้วมือได้
พิ่มเติมผู้เขียนมีเพื่อนเป็นทนายความหลายคน จะลองสอบถามอีกครั้ง เพราะปกติปากกาที่ลงนามในสัญญา เป็นสีน้ำเงินหรือสีดำเท่านั้น ผู้บริหารบางท่านมักใช้ปากกาสีเหลือง เขียว และแดง ลงนามก็มี แต่นั่นเป็นงานในบริษัท และสีเหล่านั้น ผ่านไปนานหลายปีโดยเฉพาะสีเหลือง เขียว และแดง จะเลือนลางและจางหายไป เท่ากับเราไม่เป็นหนี้ใคร?

4 จากอยุธยาถามมา ISO/TS 16949 คือระบบบริหารคุณภาพ ในโรงงานต้องทำไหม
ผู้เขียน ทำในโรงงานที่เกี่ยวกับ Automobile เช่น ผลิตรถยนต์ อะไหล่ต่างๆ โรงงานที่ผลิตสินค้าทางสารเคมี และโรงงานปุ๋ย ทำระบบบริหารคุณภาพเช่นกัน แต่มักเลือกทำ  ISO9001

5 จากศรีราชาถามว่าโรงงานต้องทำ ISO14001 และ OHSAS หรือไม่ มีข้อมูลไหม
ผู้เขียน ระบบการจัดการทั้ง EMS(ISO14001) และ OHSAS 18001 เป็นการสมัครใจทำ ไม่บังคับ แต่บางส่วนงานราชการ หรือหน่วยงานที่จะไปประมูลขายสินค้า อาจไปกำหนด Spec. ว่าต้องมีใบรับรอง
ตอนนี้โรงงานส่วนใหญ่ทำ QMS (ISO9001) มีระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุ ให้ซื้อจากบริษัทที่ได้รับรองระบบก่อน สุดท้ายให้ลองดูบทความที่ลิงค์เกี่ยวกับมาตรฐาน ISO14001, OHSAS18001 จาก  http://safetysolving.blogspot.com/ 

6 ท่านอาจาย์จากมหาวิทยาลัยราชภัฎอุตรดิตถ์มีข้อคิดเห็นเข้ามาที่ Blog9
ผู้เขียน เปิดกว้างให้ครับ สามารถแสดงความคิดเห็นได้ อ่านแล้วได้รู้ศัพท์ Ladyboy ขอบคุณมากครับ

7 น้อง DC จากชลบุรีถามว่า ต้องจำข้อกำหนด ISO9001, ISO14001 หรือไม่ และจำไม่ค่อยได้
ผู้เขียน น้องต้องเข้าใจเนื้อหาใจความก่อน ดูบ่อยๆ คือใช้งาน จะจำได้แม่น ที่อบรมก็มีทั้ง MASCI, Moody, สสท. TUV Nord อื่นๆ ลองสอบถามดูตารางการสัมมนาและอบรมของแต่ละแห่งครับ

8 น้องจากฉะเชิงเทรา ถามว่าตรวจ ISO/TS16949 ตรวจกะกลางคืนด้วยหรือ
ผู้เขียน ตรวจประเมินทุกกะครับ แต่ก่อนผู้ตรวจสอบอาจไปช่วงหลังเที่ยงคืน หรือราวๆตีหนึ่ง หลังๆเท่าที่ทราบคงเหนื่อย มักไปช่วงตีสี่ ตีห้า แล้วจะได้ตรวจกะเช้าตั้งแต่ 8.00 น. ต่อทันที เห็นใจผู้ตรวจสอบบ้างเถอะ ผู้ตรวจสอบไม่ใช่คนเหล็ก ย่อมเหนื่อยได้ แต่ตอนนี้คนเหล็ก ที่ชื่อ อาร์โนลด์ ชวารเชเนกเกอร์ พระเอกเราต้องเหนื่อยมาก เพราะนำเด็กไปฝากในท้องแม่บ้านของตัวเอง ภรรยากำลังฟ้องหย่า 
เรื่องตรวจกะกลางคืน วันหน้าจะไปเล่าให้ฟังใน Blog ที่10 ของ QMS ยิ่งเวลาตีสาม ตีสี่ คนเราจะง่วง และเผลอหลับ หรือหลับสนิท ตีนแมวชอบเข้าบ้านยามวิกาลในช่วงนี้ ผู้เขียนเคยไปตรวจงานกะดึก สมัยทำงานอยู่สมุทรปราการ และชลบุรี บางคนเล่นกางมุงนอนก็มี หรือ ทำงานในกลุ่มสิบคน จะมีสลับสองคนผลัดกันไปนอน ชีวิตโรงงานยามดึก น่าเห็นใจ แต่น้องๆต้องบริหารเวลาในการนอนของภาคกลางวันให้ดีครับ

9 มีน้อง IE ถามมาเกี่ยวกับการทำและเขียนคู่มือจีเอ็มพี(GMP Manual) สำหรับโรงงานขนาดเล็ก ผู้เขียนขอสรุป ดังนี้  
 สินค้า คืออะไร ทำจากวัตถุดิบอะไร จากแหล่งไหน เราต้องรู้ ต้องมีการตรวจสอบ Inspection ให้เขียนเป็นคู่มือการตรวจสอบขึ้นมาตามที่ปฎิบัติจริง
 2 การเขียนคู่มือจีเอ็มพี(GMP Manual) ไปดูตัวอย่าง ให้เขียนแบบคู่มือคุณภาพของ ISO9001 
ลดบางหัวข้อออก และเพิ่มเรื่องอาคารสถานที่ 
เพิ่มหัวข้อ Describe Productข้อ2.1 ถึง 2.9 ที่ผู้ขียน เขียนในWeb Blog ที่ 2 ของ quality solving
ให้ใส่ Flow Chart และทำการ Verify Flow Chart 
ใส่หัวข้อ โปรแกรมพื้นฐาน(SOP: Procedure)ที่โรงงานต้องมีลงไปให้ครบ เช่น เรื่องสุขลักษณะและอนามัยส่วนบุคคล เรื่องการทำความสะอาด เรื่องการควบคุมน้ำ  เรื่องการควบคุมขยะ เรื่องการควบคุมแก้ว เรื่องการควบคุมสัตว์พาหะนำโรค อื่นๆเท่าที่ต้องมีตามกระบวนการผลิตและบรรจุภัณฑ์สินค้าประเภทอาหาร
ใส่เรื่องการซ่อมบำรุงรักษาเครื่องจักรอุปกรณ์ 
จากนั้นก็เขียนล้อตามหัวข้อตามที่ผู้เขียนอธิบายใน Blog แต่ไม่ต้องใส่ทุก Procedure เพราะว่าอีกหลาย Procedure  ต้องทำต่อยอดจาก GMP เพื่อขอรับรองระบบคุณภาพของ HACCP และ ISO22000
 อีกสิ่งที่ต้องทำ สร้างคือเขียนคู่มือการตรวจรับเข้า Incoming Inspection ที่รับวัตถุดิบเข้ามาทำอย่างไร
เขียนคู่มือของขั้นตอนต่างๆ ในกระบวนการผลิต ทำอย่างไร 
การบรรจุทำอย่างไร
การจัดเก็บ รักษา ทำอย่างไร
เริ่มสร้างและทำระบบเอกสารขึ้นมาด้วย (Control of Document)
รวมทั้งสร้างระบบบันทึก (Control of Record) 
เมื่อสร้างระบบเสร็จ ปรับปรุงอาคาร สถานที่โรงงานได้มาตรฐานแล้ว ไปยื่นเรื่องให้ อย. มาตรวจ 

10 มีผู้ถามการเขียนคู่มือคุณภาพของ ISO/TS16949:2009 ทำอย่างไร หากเป็นโรงงานผลิตอะไหล่ขนาดเล็ก กำลังจะทำ ISO9001:2008 ต้องเขียนคู่มือสองเล่มใช่ไหม ถ้าต้องทำทั้งสองมาตรฐาน
ผู้เขียน ขอตอบว่า หากจะทำระบบคุณภาพ สามารถทำเฉพาะ ISO/TS16949  เพราะครอบคลุมและเป็นมาตรฐานเฉพาะด้านสำหรับโรงงานทำ Spare Parts เกี่ยวกับ Automobile แต่ถ้าประสงค์จะทำ ISO 9001 ซึ่งเป็นมาตรฐานทั่วไปด้วย ใช้ได้ทุกโรงงาน ทุกประเภท ก็เขียนคู่มือคุณภาพเล่มเดียว แต่ในคู่มือให้ใส่รายละเอียดต่างๆ ล้อตามข้อกำหนดของ ISO9001 ก่อน และเพิ่มในส่วนที่เป็น ISO/TS16949 ที่ระบุให้ต้องปฎิบัติ โดยเขียนแบบ Integrate หรือ Merse สองมาตรฐานเข้าด้วยกัน รายละเอียดที่ต้องเขียนมากขึ้นจาก ISO9001 ไว้ผู้เขียน จะเขียนต่อไปใส่ในบทความ Blogที่ 11 ของ   http://quality1996-quality1996.blogspot.com/

เรื่องที่จะหาที่ปรึกษานั้น  แนะนำให้สอบถามไปที่บริษัทที่ปรึกษาต่างๆ เช่น  PERRY JOHNSON, INC. สามารถให้คำปรึกษาได้อย่างมีระบบ บางบริษัทที่ปรึกษานั้น ผู้เขียนไม่รู้จักเพราะเดี๋ยวนี้มีเพิ่มขึ้นมามากมาย คงต้องหาผู้ที่มีประสบการณ์ เข้าใจการทำระบบทีละขั้นตอน ที่พนักงานสามารถทำได้จริง หากทำตามตำรา เขียนสวยหรู ถ้าไม่ใช่โรงงานใหญ่ มีคนเก่ง มีวิศวกรและบุคลากรที่พร้อมทุกด้าน โอกาสทำแล้ว ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรหรือขาดประสิทธิผล มักพบเห็นบ่อยๆ อนาคตผู้เขียน จะไปทำหน้าที่ผู้ตรวจสอบ(Auditor) ซึ่งเป็นอาชีพเก่าที่ผู้เขียนชอบ บทความที่เขียนก็ตอบทุกคนที่ถามมา เพื่อประโยชน์ต่อการศึกษาระบบบริหารคุณภาพโดยให้ฟรี และเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน

 มีข้อมูลสอบถามมาจากหลายท่าน ผู้เขียนก็ตอบเมล์ให้แล้ว แต่ไม่ได้นำมาลง หรือ Up Date ข้อมูลสม่ำเสมอ
เช่น
11.1 สอบถามยื่น Re-Audit ใหม่หลังใบ Certificate ครบอายุ ต้องเตรียมเอกสารใดบ้าง
ตอบว่า ให้สอบถาม CB นั้นๆ ต้องการอะไรเพิ่มหรือไม่ หากว่ายื่น CB เดิม ก่อนหมดอายุ ทาง CB ก็จะประสางานมาหลังจากมีการยืนยันแล้วเอกสารที่ต้อง Up Date ก็มี QM, Procedure ที่เกี่ยวข้องในระบบการจัดการต่างๆ หากมีการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญก็ให้แจ้ง CB ทราบด้วย เช่น การเปลี่ยนแปลงตัว MD, MR การเปลี่ยนแปลงกระบวนการที่สำคัญและมีผลกระทบต่อระบบ  การเปลี่ยนแปลงแผนผังองค์กร การเปลี่ยนแปลง Factory Lay Out การเปลี่ยนแปลงเครื่องจักรและเทคโนโลยีใหม่ๆ รวมทั้งการเปลี่ยนแปลง Policy ต่างๆที่สำคัญต่อระบบนั้นๆ

11.2 หากยื่น CB ใหม่ ก็ต้องนำส่งเอกสาร QM, Procedure, Factory Lay Out, Organization Chart, Process Chart  หากว่า MD มอบหมายท่านใดไปสมัครแทน ก็ต้องมีการมอบอำนาจ สำเนาเอกสารการจัดตั้งบริษัท อื่นๆเท่าที่จำเป็นและกรอกข้อมูล รายละเอียดต่างๆ สินค้าอะไร จำนวนพนักงานเท่าไร มีกี่กะ(เพื่อคิดค่า Man Day กี่วัน)  โดยทาง CB จะแจ้งให้ทราบว่าต้องส่งเอกสารใดบ้าง สามารถไปสมัครเองหรือส่งทาง Mail ก็ได้ หลังจากนั้น CB จะประสานงาน มีการประเมินเอกสาร อาจมีการ Site Visit หรือ กำหนดวันตรวจ Stage 1 และ Stage 2 รวมทั้งมาตรฐานและขอบข่ายที่ขอรับรอง ส่วนราคาคือค่ารับรองระบบ ค่าธรรมเนียมของใบ Certificate แต่ละ CB ไม่เท่ากัน

12 น้องที่สอบถามว่าการควบคุมเอกสารของ ISO9001 ตามเวอร์ชั่น 2000 และพอปรับเป็นเวอร์ชั่น 2008 พอดีย้ายไปทำงานที่ใหม่จะทำอย่างไร
ขอ ตอบว่า ก็หลักการเหมือนเดิม เพียงแต่ข้อปลีกย่อยอาจมีกำหนดแตกต่างกันไปขึ้นกับองค์กรนั้นๆ ให้ศึกษา Control of Doccument Procedure ของที่ใหม่ให้เข้าใจ ก็มีการออก DAR(Document Action Request) มี Master List ไว้ควบคุมระบบเอกสาร ดูว่า Up Date หรือไม่ ปัจจุบันเป็น Revision ใดแล้ว มีการแจกจ่าย(Distribution List) มีการอนุมัติแก้ไขได้ตามอำนาจการอนุมัติที่กำหนด (Documentation Authorization) เอกสารควรอยู่หน้างาน ไม่ใช้เอกสารเถื่อน (Un-Controlled Document) เป็นต้น
QP ก็มีหกเรื่องตามข้อกำหนด คือ
1 Control of Document Procedure
2 Control of Record Procedure
3 Non Confomity Procedure
4 Internal Audit Procedure
5 Corrective Action Procedure
6 Preventive Action Procedure
ที่สำคัญค่อยๆปรับปรุงระบบเอกสารให้ใช้งานง่ายขึ้น ลดเอกสารและแบบฟอร์มที่ไม่จำเป็นออกไป อย่าสร้างระบบที่ลึกลับซับซ้อน ทำให้ตรงกับที่เขียน และเขียนให้ตรงกับที่ทำ(จริง)

13 มีท่านที่สอบถามการตรวจโรคของโรงงานผลิตอาหาร
ผู้ เขียน ก็อธิบายให้ต่างหากมีข้อมูลบางส่วนที่ HR แต่ละแห่งอาจคิดหนัก แต่เรื่องที่ชัดๆ ก็ต้องไม่เป็นโรคที่เป็นอุปสรรคต่องานการผลิตอาหาร เช่นโรคผิวหนังที่มองแล้ว ผู้ไปเยี่ยมชมโรงงานอาจปฏิเสท โรคอื่นๆก็ตามกฎหมายกำหนด เรื่องโรคบางอย่างไว้ผู้เขียนจะนำไปเขียนต่อในบทความ SA8000 (Web Blog: Safety Solving)

14 น้องที่ถามเรื่อง GMP ยื่นที่ อย.ได้ไหม
ขอ ตอบว่า จะยื่นที่ อย. ได้ แต่การตรวจสอบต้องตรวจ ณ สถานที่จริง ของจริง หลักฐานจริงว่าสอดคล้องกับข้อกำหนดแล้ว รวมทั้งอาคารสถานที่ โดย อย. มาจากคำว่า คณะกรรมการอาหารและยา

15 น้องที่ถาม FSMS ครอบบคุมGMP หรือไม่
ตอบ ว่า ครอบบคุม โดย FSMS (Food Safety Management System หรือ ISO 22000) ก็มีหลายโรงงานเริ่มเตรียมการ ส่วนใหญ่ก็มีทำ ระบบ HACCP ควบกับ ISO 9001 รายละเอียดผู้เขียนเริ่มมีเขียนไว้ที่ Web Blog : Quality Solving

16 น้องจากโรงงานทำน้ำผึ้งสอบถามมา การขอใบอนุญาตเปิดโรงงาน มีหลายท่านถามมาคล้ายคลึงกัน
ผู้เขียนขออธิบาย ดังนี้

การผลิตน้ำผึ้งบรรจุขวดขายหรือผลิตภัณฑ์อื่นๆที่บรรจุขวดขาย งานลักษณะนี้ จัดเป็น OTOP ได้ ไม่ต้องขอมาตรฐาน GMP โดยทั่วไปอะไรที่เข้าปากรับประทาน มักถูกบังคับต้องทำ GMP 

หากไม่ถูกบังคับด้วย GMP แต่ก็มีกฎหมายเรื่องสาธารณะสุขและความสะอาดของอาหาร หรือ อื่นๆ เข้ามาควบคุมแทน   

ก่อนหน้านี้ สมอ. เคยให้โรงงานอาหารขนาดเล็กๆ ทำระบบคุณภาพฉบับกระเป๋า ทำให้กับ SMEs ปัจจุบันน่าจะเลิกโครงการนี้ไปแล้ว ใช้งบน้อย ราชการสนับสนุนทั้งหมด สมอ.ก็เดินสายสอนโรงงาน และทำพวกมาตรฐานชุมชน

การจัดว่าเป็นประเภทโรงงาน เริ่มจากโรงงานขนาดเล็ก ต้องขออนุญาต ดูจากขนาดการใช้เครื่องจักร น่าจะตั้งแต่ แรงม้าขึ้นไป ถือว่าเป็นโรงงาน

โรงงานของ OTOP มักใช้เครื่องจักรและอุปกรณ์ไม่มาก น้อยกว่า แรงม้า(ตรวจสอบข้อมูลอีกครั้งจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม) จึงไม่เข้าข่ายโรงงาน จึงไม่ถูกบังคับด้วย GMP

ทางโรงงานมีการขยายกิจการและประสงค์จะยกระดับ จึงขอ อย. และ GMP นับว่าดี ยิ่งลูกค้าต่างประเทศจะมีความเชื่อมั่นมากขึ้น

คิดว่าโรงงานที่กำหลังสร้างใหม่และใกล้เสร็จภายในสองเดือนนี้ น่าจะเข้าข่ายโรงงานด้วย กระบวนการผลิตและบรรจุภัณฑ์น่าจะใช้เครื่องจักรที่มีกำลังม้าสูงขึ้น ต้องทำ GMP จึงต้องยื่นเรื่องแจ้งทาง อย. มาตรวจก่อน จึงจะเปิดดำเนินการได้

โรงงานทำน้ำผึ้งบรรจุขวด กระบวนการต่างๆไม่ยุ่งยาก ตัวอาคารก็ลงทุนและทำการก่อสร้างอาคารโรงงานให้ได้รตามข้อกำหนดของ GMP และเจ้าหน้าที่ อย. เข้ามาตรวจสอบแล้ว เข้ามาติดตามผลอีกครั้ง ก่อนออกใบอนุญาต 



การผลิตน้ำผึ้งขาย จะแนะนำดังนี้

ต้องรู้ว่าสินค้าที่จะขายมีอะไร และกี่อย่าง เช่น ผลิตภัณฑ์คือ น้ำผึ้ง เกสรผึ้ง และนมผึ้ง ด้วยหรือไม่

วัตถุดิบและแหล่งที่มาของน้ำผึ้งมาจากไหน เพราะผึ้งมีสามกลุ่มหลักๆ คือ ผึ้งมิ้ม ผึ้งโพรงบวกผึ้งหลวง และผึ้งพันธุ์ ที่มหาวิทยาลัยนเรศวร  จังหวัดพิษณุโลก มีอาจารย์สมลักษณ์  วงษ์สมาโนด จะเชี่ยวชาญเรื่องการเลี้ยงผึ้ง

โดยผึ้งมิ้มรังขนาดเล็ก ปริมาณน้ำหวานมีน้อย ผึ้งโพรง ขนาดกลางอยู่ตามโพงไม้ และผึ้งหลวงตัวใหญ่ มักทำรังตามยอดและกิ่งไม้ใหญ่ๆให้น้ำผึ้งมาก ชาวบ้านมักรมควันผึ้งให้ผึ้งตกใจ และดูดน้ำหวาน จะได้ไม่ดุและต่อยเหล็กไน ถ้าคนแพ้ ถึงตายได้



การทำในรูปอุตสาหกรรม น่าจะต้องมาจากแหล่งเลี้ยงคือ ใช้ผึ้งพันธ์ ทำเป็นฟาร์มผึ้ง มีรังผึ้งเป็นกล่องไม้สี่เหลี่ยมผืนผ้า ข้างในมีหลายคอนให้ผึ้งเกาะและสร้างน้ำหวานให้

พื้นที่ที่ปล่อยผึ้งไปหาอาหาร ก็แล้วแต่ภูมิประเทศ น้ำผึ้งจึงมากจากหลายแหล่ง ทั้งจากต้น สาบเสือ หรือพญาเสือโคร่ง ต้นลำไย อื่น ทางภาคเหนือมีเยอะ



สินค้า คือน้ำผึ้ง ต้องมีการตรวจสอบ Final Inspection คิดว่าโรงงานรู้ ก็เขียนเป็นคู่มือการตรวจสอบขึ้นมาตามนั้น(ที่ปฎิบัติจริง)

เขียนคู่มือจีเอ็มพี(GMP Manual) ไปดูตัวอย่างเขียนแบบคู่มือคุณภาพของ ISO9001 

เพียงแต่เพิ่มเรื่องอาคารสถานที่ 

เพิ่มหัวข้อ Describe Productข้อ2.1 ถึง 2.9 ที่ผมเขียนในWeb Blog ที่ ทำ

ใส่ Flow Chart และทำการ Verify Flow Chart



ใส่หัวข้อ โปรแกรมพื้นฐาน(SOP: Procedure)ที่โรงงานทำน้ำผึ้งต้องมีลงไปให้ครบ เช่น เรื่องสุขลักษณะและอนามัยส่วนบุคคล เรื่องการทำความสะอาด เรื่องการควบคุมน้ำ เรื่องการควบคุมขยะ เรื่องการควบคุมแก้ว เรื่องการควบคุมสัตว์พาหะนำโรค อื่นๆเท่าที่ต้องมีตามกระบวนการผลิตและบรรจุภัณฑ์



ใส่เรื่องการซ่อมบำรุงรักษาเครื่องจักรอุปกรณ์ ซึ่งไม่ซับซ้อน มักเป็นเครื่องบรรจุ เครื่องกรอง (Filtrate)



จากนั้นก็เขียนล้อหัวข้อตามที่ผมบอกใน Blog แต่ไม่ต้องใส่ทุก Procedure เพราะว่าอีกหลาย Procedure  ต้องทำต่อยอดจาก GMP เพื่อขอรับรองระบบคุณภาพของ HACCP และ ISO22000



ยังมีคำถามอีกหลายข้อ ที่ผู้เขียนตอบเมล์ให้แล้ว แต่จะทยอยนำมาลง Blog เพื่อให้ท่านอื่นๆศึกษาหาความรู้ร่วมกันครับ


17 ขอชี้แจง KS NATION CONSULTANT CO.,LTD. service only in Thailand
The service are cover training and consulting, in the future to buy the Quality Books and Safety Tools/Equipments/PPEs.

18  มีคำถามเรื่องการตรวจโรคในโรงงานอุตสาหกรรมอาหาร
ผู้เขียนจะทยอยเขียนข้อมูลให้ ตอนนี้สรุปสั้นๆ ไม่มีบทฟันธงชัดเจนห้ามรับพนักงานจากสาเหตุโรคใดบ้าง เอาว่าตามกฎหมายมีระบุโรคต้องห้ามรับเข้ารับราชการ เอกชนก็สามารถเทียบเคียงได้โดยให้แพทย์ตรวจและออกใบรับรองก่อนรับเข้าทำงาน แต่โรงงานผลิตอาหารมีข้อสังเกตุ และละเอียดอ่อนกว่า หากมีลูกค้ามาเยี่ยมชมโรงงาน พบว่าพนักงานเป็นบางโรคที่ดูไม่ดี เช่นโรคผิวหนังสภาพไม่สวย จะพร้อยไม่สั่งซื้อสินค้า เอาเป็นว่าบางโรคที่ดูไม่เหมาะสมก็ไม่ควรให้ทำงานในส่วนงานที่มีโอกาสสัมผัสกับอาหาร ....................

19 มีหลายท่านถามมาเรื่องเอกสารสนับสนุน และสับสนกับบันทึกว่าต่างกันอย่างไร อายุการจัดเก็บต้องระบุที่ไหนดีและ จำเป็นต้องทำเป็นสารบัญหรือไม่ (List)

ผู้เขียนขอตอบรวมๆ คือ

1 เอกสารสนับสนุนมักให้เป็นระดับสี่  (บางแห่งให้เป็นระดับสาม ก็ได้ ไม่มีปัญหา เพียงแต่การลงนามตามอำนาจอนุมัติเท่านั้น)

2 เอกสารสบับสนุน เรากำหนดเอง ระบุว่ามี   แบบ  ข้อกำหนดหรือSpecificatio ที่ฝ่ายวิศวกรรมออก
   ส่วนเอกสารจากภายนอก เราระบุเองเช่นกัน เช่น ข้อกำหนด ISO กฎหมาย  แบบของลูกค้า(ที่ส่งมาให้เรานำไปผลิต) 
   
3 แบบฟอร์มควบคุมและแบบฟอร์มบันทึกทั่วไป ถือเป็น FM เช่น FM-QA-001 ก็ไประบุชื่อ ต้องระวังว่า หนึ่งชื่อมีหนึ่งระหัสเท่านั้น
ไม่มีการซ้ำ และควบคุมใน Master List เป็นกลุ่มของแบบฟอร์ม FM การควบคุมก็เหมือนควบคุมกลุ่ม QP หรือ WI Running หมายเลขต่อเนื่อง แยกฝ่าย แยกระดับเอกสารเช่นกลุ่ม procedure กลุ่ม WI กลุ่ม FM ซึ่งค่ิอนข้างจะมีมาก ฉะนั้น QM ระดับ 1 จึงมีแค่รายการเดียว 

4 อายุการจัดเก็บบันทึกคุณภาพเรากำหนดไว้ในแบบฟอร์ม เพื่อช่วยคนทำงานที่ใช้งานนั้นๆ โดยระบุไว้บนหัวกระดาษหรือท้ายกระดาษตัวเล็กๆ แตให้สังเกตุง่ายๆ ปัจจุบันก็นิยมกันมากพอสมควร
เมื่อมี Procedure เรื่องการควบคุม Record มักไประบุว่าให้ทุกฝ่ายทำ List และควบคุมบันทึกเอง ไม่นั้นงาน DC จะมากมาย ต้องกระจายงานออกไป เพราะปัจจุบัน หน่วย ISO ไม่ใช่หน่วยใหญ่ ทำเองทั้งหมดคงจะไม่ไหวครับ โรงงานส่วนใหญ่มักนิยมแบบนี้ แต่การควบคุมเอกสารและบันทึกทำได้หลากหลายวิธีการ ต้องพิจารณาความเหมาะสม กำลังคน และประชุมตกลงกันให้ชัดเจนเพื่อให้ได้รูปแบบที่ดีที่สุดหรือคิดว่าพอทำกันได้

5 ต้องไม่ลืมคำจำกัดความว่า เราให้ชีวิตหรือสถานะของ QM.QP,WI เอกสารสบับสนุนและแบบฟอร์ม (FM) เป็นเอกสาร=Document คุมตามระเบียบการควบคุมเอกสารที่ผู้เขียนไปอบรมให้หลายๆโรงงานว่า ต้องแบบหมูไปไก่มา เวลาไปแจกจ่ายเอกสารใหม่ ต้องเรียกคืนเอกสารเก่าทั้งหมด มิฉะนั้นจะมีการปะปนและยังใช้งานชุดเก่าที่ยกเลิกแล้ว กลายเป็นว่าพบเอกสารไม่ Up Date หรือไม่ทันสมัย ผู้ตรวจสอบมาพบ สามารถออกข้อบกพร่องให้ไปแก้ไข 

แต่บันทึกหรือ Record หมายถึงเฉพาะแบบฟอร์มเปล่าที่ยังถือว่าเป็น Document เมื่อนำมาลงหมึกคือพิมพ์คอมพิวเตอร์ จะกลายสถานะเป็นบันทึกทันที และต่างจากเอกสารคือ มีอายุ(Retention Time) จะกี่ปีอยู่ที่เรากำหนด เมื่อครบเวลาการจัดเก็บให้ไปทำลาย บันทึกแก้ไขไม่ได้เช่นผลการตรวจสอบคุณภาพ ผ่านก็คือผ่าน ไม่ผ่านก็คือไม่ผ่าน หากไปแก้ไขคือการปลอมแปลงหรือ Make Data

6 Record ต้องให้ทุกฝ่ายทำ List หรือ QMR จะเป็นผู้รับผิดชอบทำก็ได้ แล้วแต่ความพร้อม โดยเรียกว่า สารบัญบันทึกคุณภาพ (Record Control List)
ครบเวลาก็เขียนใบขอทำลาย หลังรับอนุมัติการทำลายก็ให้แต่ละฝ่ายทำลายเองก็ดี ไม่ต้องขนมาให้ DCเป็นผู้ทำลาย มิฉะนั้นเจ้าหน้าที่ DC อาจจะลาออกบ่อย เพราะวันๆนั่งแต่ฉีกบันทึกและเอกสาร น้องบางท่านจบปริญญาตรี มองแล้วอาจจะรับไม่ได้ ก็ต้องช่วยๆกัน ทำ ISO แล้ว ทุกคนมีส่วนร่วมและสำคัญตามบทบาทและหน้าที่ที่รับผิดชอบ 

กำหนดอายุหรือระบุอายุในแบบฟอร์มไปแล้วจำเป็นต้องทำ LISTหรือไม่ ยังคงต้องมี สารบัญบันทึกคุณภาพ (Record Control List) เวลาระบุในใบ DAR จะได้รู้ว่าต้องมีอายุเท่าไร สามารถใช้ตรวจทานการระบุอายุการจัดเก็บ (Retention Time)

20 น้องจากจังหวัดลำปางและชลบุรี สอบถามว่า จะให้ทุกฝ่ายรู้ว่าแบบฟอร์มมีผลบังคับใช้เมื่อไร ดูจากตรงไหน
ขอตอบว่า ปกติใบ DAR จะระบุวันที่แบบฟอร์มมีผลบังคับใช้ (Effective Date) และไป Up Date ใน Master List ซึ่งมีระบุในนั้น จึงต้องแจกจ่าย Master List ให้ทุกฝ่ายด้วย ถือว่ารับทราบ แต่ว่าการจัดทำหรือเซ็ทระบบเอกสารแต่ละโรงงานอาจแตกต่างกัน บางครั้งมีการแจ้งในสารบัญบันทึกคุณภาพซึ่งบ่งบอกวันที่มีผลบังคับใช้ก็ได้ แต่ไม่ค่อยนิยมบอกวันมีผลบังคับใช้ แต่มักบอกว่าอายุการจัดเก็บนานเท่าไร หรืออาจมีกำหนดรูปแบบการสื่อสารให้ทราบโดยเฉพาะก็ได้ หรือตอนแจกจ่ายเอกสารมีการแจ้งวันที่บังคับใช้ก็ได้ ที่สำคัญต้องเก็บแบบฟอร์มเก่าคืนให้หมด จึงจะแจกแบบฟอร์มที่มีผลบังคับใช้ใหม่ จะได้มั่นใจว่าใช้ฉบับปัจจุบันจริงๆ หากว่ามีการทำ Internal Audit หรือ Special Audit ยังใช้โอกาสนี้ตรวจติดตามว่ามีการตกค้างแบบฟอร์มเก่าที่ถือครองและจัดว่า Obsolete

21 ต่อจากข้อ 20 ซึ่ง DC ถามว่าจะทำอย่างไรให้ทุกฝ่ายทำตามกติกาการควบคุมเอกสารและทำ ISO
ผู้เขียนตอบว่า อยู่ที่จิตสำนึกของผู้นั้น บางครั้งระดับจัดการเป็นเสียเอง บอกได้ว่าค่อนข้างหนักใจ ในทางตรงข้ามต้องช่วยกันและช่วย QMR ด้วยเพราะ QMR ที่จริงคือต้วแทนฝ่ายบริหาร ที่ผู้บริหารแต่งตั้งขึ้นมาเป็นตัวแทนท่าน เมื่อ QMR ทำอะไรไป เสมือนทำแทนท่าน หากลูกน้องของแต่ละฝ่ายฝ่าฝืน ตัวผู้จัดการฝ่ายต้องช่วยสอน อบรมหรือว่ากล่าวตักเตือน โดยทำเป็นตัวอย่างที่ดี คิดว่าระบบจะเดินต่อไปได้ ปัจจุบัน QMR มักตั้งมาจากผู้จัดการแผนกหรือดีขึ้นหน่อย เป็นถึงระดับฝ่าย ยังพอผลักดันกติกาได้ หาก QMR อำนาจต่ำกว่าทุกฝ่ายหรือมีฝ่ายที่อาวุโสกว่า และไม่ยอมทำตามกติกา คงต้องให้ระดับ MD ลงมาจัดการ ผู้เขียนจึงบอกเสมอว่า ต้องแต่งตั้ง QMR มาจากระดับจัดการแค่หนึ่งคนเท่านั้น(ข้อกำหนด ISO9001 ระบุไว้ชัดเจน) จากนั้นเฟ้นหาผู้เหมาะสมที่มีความรู้ในระบบการจัดการ ต้องมีสามอย่างคือ
1 Powerity มีอำนาจในการสั่งการให้ทุกฝ่ายต้องทำตาม
2 Authority เซ็นต์อนุมัติได้
3 Humanity มีมนุษย์สัมพันธ์กับทุกฝ่าย

22 น้องจากลำปางและโรงงานในนิคมฯอมตะถามว่า ซื้อวัตถุดิบจาก ผู้ขายที่เป็นตึกแถวเล็กๆ ระบบ ISO ก็ไม่มี อะไรก็ไม่มีเลย และนายชอบสั่งซื้อวัตถุดิบโดยไม่ผ่านฝ่ายจัดซื้อ ต้องทำ ASL หรือ AVL และประเมินซัพพลายเออร์หรือไม่ (Evaluate)

ผู้เขียนขออธิบายว่า ต้องทำด้วยแต่กำหนดแบบง่ายๆที่เราสามารถทำได้จริง เขียนสวยหรูแต่ทำไม่ได้ ไม่เกิดประโยชน์ ทำไม่ได้จริงและไม่ทำ จะถูก Auditor ออก CAR
ข้อแนะนำคือ
ต้องทำ Suppliers List ครบทุกรายที่ซื้อขายวัตถุดิบที่มีผลกับคุณภาพ
ต้องประเมินผลทุกรายตามระยะเวลาที่กำหนด
ซื้อแค่ครั้งเดียว หรือนานๆซื้อที ก็ให้ประเมินครั้งนั้น เก็บข้อมูลไว้ใช้ประโยชน์
มี Supplier รายเดียวก็ต้องเข้า List และประเมิน(Evaluate) เพื่อเก็บข้อมูลไว้ Auditor ถาม จะได้ตอบว่า เพื่อไว้เปรียบเทียบหรือควบคุมเมื่อมีรายอื่นๆเพิ่ม
มีรายเดียว ประเมินแล้วตก ยังต้องซื้อ คิดว่า Auditor ก็คงจะอนุโลมให้ซื้อต่อไป ให้ระบุว่าจำเป็น อนาคตมีรายอื่นมีทางเลือก จะทำตามระบบ ไม่ใช่ว่า โรงงานเล็กๆทำ ISO แล้วธุรกิจเดินหน้าต่อไปไม่ได้ จะเกิดประโยชน์อันใดในการทำ ISO และ ISO9001 หรือ QMS ต้องการให้ปรับปรุงทีละขั้น (Continual Improvement)
นายสั่งเข้ามาต้อจำใจรับวัตถุดิบนั้นจาก Suppliersเส้นใหญ่ พนักงานบอกผิดระบบ ทำไปบ่นไป ไม่มีความสุข นายรู้อาจโดนขัดคำสั่งเจ้านาย ขอแนะทางออก ให้ไปแก้ไขขั้นตอนการคัดเลือกว่า นายสั่งเข้ามาได้ เป็นการคัดเลือกอีกวิธีการหนึ่ง เมื่อระบุแบบนี้ก็เป็นระบบงานแล้ว นายก็มีสิทธิ์เพราะเป็นผู้คัดเลือก เราทำตามก็สบายใจ แต่ครบกำหนดก็ให้ประเมินผลและแจ้งผลให้นายทราบ หากจำเป็นและนายยังสั่งซื้อก็ให้ซื้อไป หากวัตถุไม่ได้คุณภาพเลย คิดว่าเจ้านายก็คงไม่กล้าสั่งเข้ามา
หากนายยังดื้อแพ่งสั่งเข้ามา ก็สร้างระบบงานเพิ่มการขออนุโลมให้เจ้านายลงชื่ออนุมัติ หาก Auditor มองเป็นข้อบกพร่องถูกออก CAR ไม่ต้องกังวลเพราะเจ้านายก็มีส่วนเกี่ยวข้อง
หากมีอนุโลมบ่อยเหลือเกินก็วิเคราะห์ปัญหา ทำสรุปให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องทราบ หากยังเอาไม่อยู่ คืออนุโลมทั้งปี และอนุโลมทุกLots ทำงานต่อไปยังหนักใจ เจ้าหน้าที่จัดซื้อต้องอดทนกับระบบงานที่ไม่ยอมร่วมกันแก้ไข และป้องกันปัญหา ทางเลือกสุดท้ายเมื่อนายไม่ให้เปลี่ยน Suppliers และเราก็เปลี่ยน Supplierไม่ได้ เราก็เปลี่ยนนายได้ คือ หาที่สมัครงานใหม่ ไปตายเอาดาบหน้าให้รู้ไปเลยว่าระบบดีๆไม่ทำ เอาแต่วัตถุดิบราคาถูกๆ คุณภาพแย่มาก แล้วจะผลิตสินค้าที่ดีได้อย่างไร ดิฉันหรือข้าพเจ้าขอกราบลาแล้วนะท่าน ถือว่าหมดทุกข์หมดโศกเสียที อามิตตาพุทธและอาเมน แต่คิดว่าทุกอุปสรรคมีทางออกเสมอ น้องๆอย่าด่วนลาออกนะครับ ควรเข้าไปคุยและปรึกษาหารือกับนายนะครับ เพราะทุกปัญหามีทางออกเสมอ

23 มีน้องถามว่า Corrective Action และ Preventive Action จะรวมกันใน QP (Quality Procedure) เดียวกันได้หรือไม่

ผู้เขียนขอตอบว่า สามาถรทำได้ และแบบฟอร์ม CAR และ PAR จะทำแบบรวมกันก็ยังได้
หมายความว่า หัวข้อทั้งสอง จะทำแยกคนละ QP ก็ได้ ทำรวมเป็น QP เดียวกันก็ได้ เวลาผู้ตรวจประเมิน หรือ Auditor ถามหานั้น สามารถตอบได้ จะรวมหรือแยกได้ทั้งนั้น หาให้พบ ตอบให้ได้
ทำอย่างมีประสิทธิผล


เขียนต่อที่ Blog ของ Quality1996-quality1996 จากนี้ไป (ณ บัดเนาว) ให้ link เข้าอ่านที่บทความที่ 
http://quality1996-quality1996.blogspot.com/  ของบล๊อค 17 ชื่อ KS Nation Consultant  และ Blog 21
คำถามเกี่ยวกับระบบบริหารจากโรงงานต่างๆ










เขียนต่อที่ Blog ของ http://quality1996-quality1996.blogspot.com/  ของบล๊อค Blog 21
คำถามเกี่ยวกับระบบบริหารจากโรงงานต่างๆ

ผู้เขียนขอเรียนให้ทราบว่า ด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ มีมาตรฐาน หรือบางท่านว่าเป็นทั้งระบบและเครื่องมือ (Tools) คือ VDA 6.3 Version 2010 เป็น German Standard ใช้ในกลุ่ม BMW, Volkswagen, Daimler

ส่วน TS16949 เป็น ISO ด้วย เพื่อใช้ทั่วไปทุกค่ายรถยนต์รวมทั้งค่ายรถญี่ปุ่น ส่วน QS9000 เดิมก่อนจะกลายเป็น ISO/TS16949 เป็นของ Big Three หรือกลุ่มค่าย Ford, GM, Chrysler 

จะมีหลักสูตรบรรยายข้อกำหนดและการตรวจกระบวน หรือ Audit Process โดยใช้มาตรฐานที่เรียกว่า VDA นำมาใช้ เช่น    Process Audit of VDA 6.3 : 2nd Edition, 2010  
   
หลักสูตร VDA 6 Part 3 : Process Audit และ VDA 6 Part 5 : Product Audit ใช้เวลา 5-7 วัน เพราะมี 3 Modules สามารถนำผลสอบผ่านและใบ Certificate ไปขึ้น Registered Auditor           
ใน TS จะมีหลักสูตร (Mini) Lead Auditor เรียน 5 วัน ค่าเรียน 2-3 หมื่นบาท ขึ้นทะเบียนเป็น Registered Auditor ไม่ได้ มีสอนที่เมืองไทย การบรรยายเหมือนแบบหลักสูตร Lead Auditor ของ TS16949 ที่ต้องลงทุนไปเรียนต่างประเทศ เพราะมักจัดต่างประเทศ  ยกเว้นปี 2012 จัดที่เมืองไทย ค่าเรียน 7-8 หมื่นบาท หากไปเรียนต่างประเทศค่าใช้จ่ายรวมสองแสนกว่าบาท แต่ขึ้นทะเบียน Registered Auditor ได้

สวัสดีปีใหม่ 2557 ผู้เขียนจะหาเวลามาเขียนบทความเพิ่มเติมให้ก้าวหน้ามากขึ้น ปีใหม่นี้ขอให้ทุกท่านมีความสุข หันหน้ากลับมาทำ ISO ต่อไป หลีกเลี่ยงปัญหาการเมือง ภาวนาให้สู่ความสงบสุขดยเร็ว ไปเลือกตั้งเพื่อให้ได้คนดีมาบริหารประเทศ ส่วนโรงงานก็เตรียมตัวรับการตรวจติดตามผลจาก Auditor ขอให้ทุกท่านมีความสุขตลอดปีใหม่

เขียนต่อคราวหน้า